Present Continuous Tense คืออะไร สรุปวิธีใช้ หลักการและโครงสร้าง

Present Continuous Tense คือ ประโยคปัจจุบันกาลต่อเนื่อง ใช้กับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในขณะที่พูด มักจะมีคำกริยาวิเศษณ์บอกเวลาร่วมอยู่เสมอ เช่น now, at this moment, these days, at the present time เป็นต้น หรือใช้กับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอย่างแน่นอนในอนาคตอันใกล้ และมักมีคำบอกเวลาในอนาคตร่วมด้วย เช่น next Monday, On Tuesday, tomorrow เป็นต้น

Present Continuous Tense เป็นส่วนหนึ่งของ Present Tense ซึ่งประกอบด้วยประโยคปัจจุบันกาลแบบอื่นๆ อีก คือ Present Simple Tense, Present Perfect Tense และ Present Perfect Continuous Tense

การเติม ing ท้ายคำกริยา

เราจะสามารถสังเหตุได้ว่าประโยคปัจจุบันกาลต่อเนื่องจะต้องเติม -ing ที่ท้าย infinitive verb หรือ คำกริยาช่อง 1 ซึ่งหลักการเติม -ing ในคำกริยามีดังต่อไปนี้

  • กริยาที่ลงท้ายด้วย e และตัว e ไม่ออกเสียง ให้ตัด e ทิ้งก่อนแล้วจึงเติม ing เช่น arguing, writing, taking, moving เป็นต้น
  • กริยาที่ลงท้ายด้วย ee สามารถเติม ing ท้ายคำได้เลย เช่น seeing, agreeing, freeing เป็นต้น
  • กริยาที่ลงท้ายด้วย ie ให้เปลี่ยน ie เป็น y ก่อนแล้วค่อยเติม ing เช่น dying, tying, lying เป็นต้น
  • กริยาที่มีพยางค์เดียว สระตัวเดียวและตัวสะกดตัวเดียว ให้เพิ่มตัวสะกดอีกหนึ่งตัวแล้วจึงเติม ing เช่น running, getting, digging, stopping, sitting เป็นต้น
  • กริยาสองพยางค์ พยางค์หลังออกเสียงหนักและมีสระตัวเดียว ตัวสะกดตัวเดียว ให้เพิ่มตัวสะกดอีกหนึ่งตัวเช่นกัน เช่น referring, beginning, occurring เป็นต้น

Verb to be ใน Present Continuous Tense

verb to be เป็นกริยาช่วย (auxiliary verb) ที่จำเป็นต้องเปลี่ยนรูปตามประธานของประโยค เราสามารถเลือกใช้ verb to be ได้ตามประธานดังต่อไปนี้

ประธานverb to be
Iam
Weare
Youare
Theyare
Heis
Sheis
Itis

ประโยคปัจจุบันกาลต่อเนื่องในภาษาอังกฤษสามารถเขียนได้ 2 วิธี คือ

  • Active Voice คือ ประโยคที่ประธานเป็นผู้กำลังกระทำกริยาโดยตรงขณะที่พูด หรือกำลังจะทำในอนาคตอันใกล้ ซึ่งประโยคเช่นนี้จะมีกรรมมารองรับหรือไม่ก็ได้
  • Passive Voice คือ ประโยคที่เน้นกรรมหรือผู้ถูกกระทำ จึงย้ายกรรมหรือผู้ถูกกระทำมาทำหน้าที่ประธานในประโยค คำกริยาในประโยคแบบ Passive Voice จะเป็นคำกริยาช่อง 3 (V.3) หรือที่เรียกว่า Past Participle
สรุปโครงสร้าง Present Continuous Tense
สรุปโครงสร้าง Present Continuous Tense

ประโยคบอกเล่ารูปปัจจุบันกาลต่อเนื่อง

คือ การเล่าเรื่องราวที่กำลังเกิดขึ้นขณะที่พูด หรือบอกเหตุการณ์ที่คาดว่าจะเกิดแน่นอนในอนาคตอันใกล้

โครงสร้างประโยคบอกเล่ารูปปัจจุบันกาลต่อเนื่อง active voice

ประธาน + verb to be + กริยาช่อง 1 เติม ing

ตัวอย่าง

Jolie is staying at the hotel at this moment.
ขณะนี้โจลี่กำลังพักอยู่ที่โรงแรม

My daughter is working with Pfizer company this year.
ในปีนี้ลูกสาวของผมทำงานอยู่ที่บริษัทไฟเซอร์

โครงสร้างประโยคบอกเล่ารูปปัจจุบันกาลต่อเนื่อง passive voice

กรรม + verb to be + being + กริยาช่อง 3 (V.3)

ตัวอย่าง

An email is being written by our company specialist.
อีเมล์ฉบับนี้ถูกเขียนขึ้นจากผู้เชี่ยวชาญบริษัทของเรา

He is always being told what to do by his mom.
เขาต้องให้ให้แม่คอยบอกว่าต้องทำอะไรอยู่เสมอ

ประโยคปฏิเสธรูปปัจจุบันกาลต่อเนื่อง

คือ ประโยคที่ปฏิเสธการกระทำหรือเหตุการณ์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นขณะที่พูด หรือไม่ได้เกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ จะมีคำว่า “not” ที่แปลว่า ไม่/ไม่ใช่ กำกับอยู่ในประโยค

เมื่อเราใช้ประโยคปฏิเสธที่มีคำว่า “not” ตามหลังคำกริยา บ่อยครั้งที่เราพบเจ้าของภาษาจะย่อคำนั้นให้สั้นลง เรียกว่า Contraction หรือ การย่อคำ ในประโยคปัจจุบันกาลต่อเนื่องเราจะพบการย่อคำ เช่น isn’t หรือ aren’t เป็นต้น

โครงสร้างประโยคปฏิเสธรูปปัจจุบันกาลต่อเนื่อง active voice

ประธาน + verb to be + not + กริยาช่อง 1 เติม ing

ตัวอย่าง

I’m not (ain’t) wearing glasses now.
ตอนนี้ฉันไม่ได้ใส่แว่นตาแล้ว

Sarah is not (isn’t) playing piano next room.
ซาร่าไม่ได้เล่นเปียโนอยู่ห้องข้างๆ

โครงสร้างประโยคปฏิเสธรูปปัจจุบันกาลต่อเนื่อง passive voice

ประโยคนี้จะเน้นที่กรรมที่เป็นผู้ถูกกระทำ จึงนำกรรมขึ้นมาไว้หน้าประโยค มีโครงสร้างดังต่อไปนี้

กรรม + verb to be + not + being + กริยาช่อง 3 (V.3)

ตัวอย่าง

The work is not being performed this afternoon because the customer did not pay in time.
งานจะยังไม่ถูกดกเนินการเย็นนี้เนื่องจากลูกค้าไม่ได้จ่ายเงินตรงเวลา

My articles are not being typed at the moment.
บทความของฉันยังไม่ได้ถูกพิมพ์ในเวลานี้

ประโยคคำถาม Yes/No รูปปัจจุบันกาลต่อเนื่อง

คือ การถามเกี่ยวกับเหตุการณ์หรือสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในขณะที่พูดหรือคาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ โดยคำตอบคือคำว่า ใช่/ไม่ใช่ (Yes/No) เท่านั้น

โครงสร้างประโยคคำถาม Yes/No รูปปัจจุบันกาลต่อเนื่อง active voice

Verb to be + ประธาน + กริยาช่อง 1 เติม ing ?

Verb to be + ประธาน + not + กริยาช่อง 1 เติม ing ?

ตัวอย่าง

Is Johnny watching a movie in cinema?
จอห์นนี่กำลังดูหนังในโรงหนังอยู่หรือเปล่า

Are kids playing chess?
เด็กๆ กำลังเล่นหมากรุกอยู่หรือไม่

Are you not dancing on the Jackson song?
คุณจะไม่เต้นเพลงของแจ็คสันเหรอ

Isn’t it raining cats and dogs?
ฝนไม่ตกหนักเหรอ

โครงสร้างประโยคคำถาม Yes/No รูปปัจจุบันกาลต่อเนื่อง passive voice

Verb to be + กรรม + being + กริยาช่อง 3 (V.3)?

Verb to be + กรรม + not + being + กริยาช่อง 3 (V.3)?

ตัวอย่าง

Are you being helped by our assistant?
คุณกำลังได้รับความช่วยเหลือจากผู้ช่วยของเราใช้ไหม?

Am I being watched by someone?
ฉันกำลังถูกจับตามองจากใครบางคนอยู่ใช่ไหม?

Is the party not being prepared by her?
งานเลี้ยงไม่ได้ (ถูกเธอ) เตรียมไว้

Are they not being praised by you?
พวกเขาไม่ได้รับการชื่นชม (จากคุณ)

ประโยคคำถาม Wh- questions รูปปัจจุบันกาลต่อเนื่อง

ประโยคคำถามแบบ Wh- question เป็นประโยคที่ขึ้นต้นด้วยคำถามดังต่อไปนี้

Whoใคร
Whomใคร
Whatอะไร
Whichอันไหน
Whenเมื่อไหร่
Whereที่ไหน
Whyทำไม
Howอย่างไร

โครงสร้างคำถาม Wh- questions รูปปัจจุบันกาลต่อเนื่อง

โครงสร้างนี้ใช้สำหรับถามเพื่อให้ได้รายละเอียดของคำตอบมากกว่าใช่หรือไม่ใช่

คำถาม + verb to be + ประธาน + กริยาช่อง 1 เติม ing ?

ตัวอย่าง

How long are you staying in Thailand?
คุณจะอยู่เมืองไทยอีกนานเท่าไหร่

What is she using to open the broken door?
เธอกำลังใช้อะไรเปิดประตูที่เสียอยู่

When are they calling their kids?
เมื่อไหร่เขาจะโทรหาลูกๆของพวกเขา

Where is he driving to during his trip?
เขาจะขับรถไปที่ไหนบ้างระหว่างการเดินทาง

Why are you talking to yourself?
ทำไมคุณถึงพูดกับตัวเอง

โครงสร้างคำถาม Wh- questions แบบ negative รูปปัจจุบันกาลต่อเนื่อง

ประโยคคำถามลักษณะนี้เป็นการถามถึงเหตุการณ์หรือการกระทำที่ไม่ได้เกิดขึ้นในขณะพูด หรือคาดว่าจะไม่เกิดแน่นอนในอนาคตอันใกล้

คำถาม + verb to be + ประธาน + not + กริยาช่อง 1 เติม ing ?

ตัวอย่าง

what characteristics are you not looking for in a friend?
คนแบบไหนที่คุณจะไม่หามาคบเป็นเพื่อน

What is she not putting to her soup?
เธอไม่ได้ใส่อะไรลงไปในซุปของเธอ

When are you not working?
เมื่อไหร่ที่คุณจะไม่ได้ทำงาน

How are we not getting to the beach?
พวกเราไม่ไปที่ทะเลได้อย่างไร

Why are we not cleaning this room?
ทำไมเราไม่ทำความสะอาดห้องนี้

โครงสร้างคำถาม Who รูปปัจจุบันกาลต่อเนื่อง

ประโยคคำถาม Who จะถูกใช้เมื่อไม่ทราบว่าใครเป็นผู้กำลังกระทำกริยาหรือเหตุการณ์บางอย่างในขณะพูดหรือคาดว่าจะทำหรือเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้

Who + verb to be + กริยาช่อง 1 เติม ing ?

ตัวอย่าง

Who are we meeting with this Friday?
พวกเราจะไปเจอกับใครวันศุกร์นี้

Who is she speaking to?
เธอกำลังคุยกับใครอยู่บ้าง

โครงสร้างคำถาม Who รูปปัจจุบันกาลต่อเนื่อง แบบ negative

ประโยคคำถาม Who แบบ negative ถูกใช้เมื่อต้องการทราบว่าใครคือผู้ที่ไม่กระทำสิ่งหนึ่งสิ่งใด ณ ขณะที่พูด หรือในอนาคตอันใกล้

Who + verb to be + not + กริยาช่อง 1 เติม ing ?

ตัวอย่าง

Who is he not talking to?
เขาไม่ได้คุยกับใครอยู่บ้าง

Who are you not playing with tomorrow?
พรุ่งนี้คุณจะไม่เล่นกับใครบ้าง

โครงสร้างคำถาม Which รูปปัจจุบันกาลต่อเนื่อง

คำถามที่ใช้ Which ถามเพื่อให้เลือกสิ่งหนึ่งส่ิงใด มีโครงสร้างดังนี้

Which + กรรม + verb to be + ประธาน + กริยาช่อง 1 เติม ing?

ตัวอย่าง

Which route are you taking to the concert tomorrow?
คุณจะใช้เส้นทางไหนไปคอนเสิร์ตวันพรุ่งนี้

Which book are you buying now?
คุณกำลังจะซื้อหนังสือเล่มไหน

โครงสร้างคำถาม Which รูปปัจจุบันกาลต่อเนื่อง แบบ negative

โครงสร้างคำถามลักษณะนี้เป็นการถามประธานเพื่อให้ตอบในสิ่งที่ประธานไม่ได้เลือกในขณะที่พูดหรือในอนาคตอันใกล้

Which + กรรม + verb to be + not + ประธาน + กริยาช่อง 1 เติม ing?

ตัวอย่าง

Which song are you not listening now these days?
ช่วงนี้เพลงไหนที่คุณไม่ได้ฟังบ้าง

Which car is she not driving next week?
สัปดาห์หน้าเธอจะไม่ขับรถคันไหนบ้าง

ภาษาอังกฤษแยก Tense ต่างๆ ออกเป็น 12 Tenses และถูกนำมาใช้ในสถานการณ์ที่ต่างๆ กัน การใช้ Tense ในภาษาอังกฤษอย่างถูกต้องช่วยให้ผู้เรียนสนทนาภาษาอังกฤษได้อย่างราบรื่น แม้ผู้เรียนหลายคนมักต้องการหาครูสอนภาษาอังกฤษโดยเน้นทักษะการพูดภาษาอังกฤษ และไม่ต้องการเคร่งครัดเรื่องไวยากรณ์มากนัก แต่ความรู้เรื่อง Tense ในภาษาอังกฤษยังมีความสำคัญอย่างมากสำหรับผู้ที่ต้องเขียนภาษาอังกฤษบ่อยครั้ง โดยเฉพาะภาษาอังกฤษสำหรับผู้ใหญ่ที่ใช้ภาษาอังกฤษในการทำงาน เช่น การตอบอีเมลภาษาอังกฤษ การสรุปการประชุม หรือเขียนนัดหมายลูกค้าภาษาอังกฤษ เป็นต้น ผู้เรียนจึงไม่ควรละเลยการเรียนไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ ซึ่งปัจจุบันมีสื่อการสอนและตำราภาษาอังกฤษมากมายที่ช่วยให้ผู้เรียนเก่งไวยากรณ์ภาษาอังกฤษได้

อัพเดทล่าสุด: