ข้อสอบ TOEIC คืออะไร

TOEIC หรือ Test of English for International Communication คือการทดสอบวัดระดับความรู้ทางภาษาอังกฤษในระดับการสื่อสารทั่วๆ ไป โดยการสอบ TOEIC จะมี 2 ประเภท นั่นคือ TOEIC Listening and Reading Test (การฟังและการอ่าน) และ TOEIC Speaking and Writing Tests (การพูดและการเขียน) ซึ่งในปัจจุบันการทดสอบแบบที่สองนั้นยังไม่เป็นทางการในประเทศไทย และส่วนใหญ่แล้วสำนักศึกษา/สำนักงาน/ผู้ประกอบการต่างๆยังไม่ระบุให้ผู้สมัครงานหรือผู้เข้ารับการศึกษาต่อต้องยื่นแบบที่สอง ดังนั้นผู้เข้าสอบจึงสามารถเลือกสอบแบบที่หนึ่งเพื่อใช้สมัครงานหรือสมัครศึกษาต่อได้

ลักษณะข้อสอบ TOEIC เป็นอย่างไร?

ในปี 2020 นี้ ข้อสอบ TOEIC ได้มีการเปลี่ยนแปลงข้อสอบเป็นแบบใหม่ (New TOEIC) มาดูกันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง

TOEIC Listening Test

มี 100 ข้อ ใช้เวลา 45 นาที

Part 1: Photographs(6ข้อ)

ข้อสอบพาร์ทนี้เป็นส่วนที่ง่ายที่สุดของการสอบฟัง โดยจะมีภาพพร้อมตัวเลือกแบบ Multiple choices มาให้ผู้สอบ จากนั้นผู้สอบต้องตั้งใจฟังว่าโจทย์กำลังผู้ถึงอะไร มีความเกี่ยวข้องกับภาพอย่างไร

Part 2: Question-Response(25ข้อ)

ข้อสอบพาร์ทนี้จะยากขึ้นระดับหนึ่งแต่ไม่ซับซ้อนอะไร โดยจะมีเพียงพื้นที่ให้ฝนเลือกข้อที่ถูกต้องเท่านั้น ไม่มีโจทย์และข้อความระบุลงในแต่ละตัวเลือกแต่อย่างใด

Part 3: Short Conversations(39ข้อ)

ข้อสอบพาร์ทนี้จะเป็นแบบ Multiple choice questions ที่ระบุคำถามและตัวเลือกให้ โดยผู้ฟังต้องตั้งใจฟังบทสนทนาที่มีผู้พูดประมาณ 2-3 คน โดยมีการคละสำเนียงที่หลากหลาย เช่น British accent, American accent, Australian accent และอื่นๆ

Part 4: Short Talks(30ข้อ)

ข้อสอบพาร์ทนี้จะคล้ายกับพาร์ทก่อนหน้าเล็กน้อย เพราะเป็นแบบ Multiple choice questions ที่ระบุคำถามและตัวเลือกมาให้ แต่ผู้พูดจะมีเพียงคนเดียว โดยบางข้อจะมีภาพประกอบเพิ่มเติมเข้ามาด้วย

TOEIC Reading Test

มี 100 ข้อ ใช้เวลา 75 นาที

Part 5: Incomplete Sentences(30ข้อ)

ข้อสอบพาร์ทนี้จะเป็นการทดสอบพื้นฐานทางไวยากรณ์และคลังคำศัพท์ของผู้สอบ

Part 6: Text Completion(16ข้อ)

ข้อสอบพาร์ทนี้จะมีการเว้นช่องว่างให้ผู้สอบเลือกเติมคำตอบให้สมบูรณ์ โดยจะมีบทความหรือข้อความสั้นให้อ่านและมีตัวเลือกให้ใช้เพื่อเติมเต็มข้อความนั้นๆให้สมบูรณ์

Part 7: Reading Comprehension(54ข้อ)

ข้อสอบพาร์ทนี้จะเป็นส่วนที่กินเวลามากที่สุด เพราะมีบทความหรือจดหมายหรือคำประกาศต่างๆให้อ่านในขนาดที่ค่อนข้างยาวทีเดียว มีทั้งแบบ 1 หน้าและแบบ 2 หน้าที่มีการพูดคุยหรือโต้ตอบกัน ข้อสอบจะเป็นแบบ Multiple choice questions และมีตัวเลือกที่ค่อนข้างยาวในบางข้อ

ทริคในการเตรียมตัวก่อนสอบ TOEIC

  • ตรวจสอบลักษณะของข้อสอบ หากผู้สอบทราบว่าตนไม่ถนัดด้านใดหรือชื่นชอบด้านใดเป็นพิเศษ จะสามารถเพิ่มโอกาสการได้คะแนนมากยิ่งขึ้น เพราะผู้สอบจะได้เน้นทักษะนั้นมากขึ้นเพื่อความแม่นยำในการสอบ ทั้งนี้ทั้งนั้นผู้สอบก็ต้องให้ความใส่ใจกับพาร์ทที่อ่อนด้วยเช่นกัน ซึ่งควรมีทริคในการทำข้อสอบพาร์ทที่ไม่ถนัดเพื่อสร้างโอกาสการได้คะแนน
  • ทริคแต่ละพาร์ท ควรทราบก่อนว่าแต่ละบุคคลไม่สามารถเข้าใจแบบเดียวกันได้ Kru Noah จะมาแนะนำเทคนิคส่วนตัวให้ทราบกันค่ะ สำหรับพาร์ทฟังนั้น การฝึกฝนนั้นสำคัญมากที่สุด เพราะต่อให้มีทริคมากมายแต่ถ้าฟังไม่รู้เรื่องก็จะทำผิดพลาดได้ ควรฝึกฝนพาร์ทฟังนี้อย่างน้อยวันละ 2 ครั้งสำหรับคนที่มีทักษะระดับ Beginner ไปถึงระดับ Lower Intermediate เป็นเวลาล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือน เพื่อให้หูชินกับสำเนียงและลักษณะข้อสอบนั่นเอง สิ่งสำคัญมากกว่านั้นคือควรมีข้อสอบการฟังที่มี Audio ให้ดูด้วยเพื่อให้แม่นยำในการฟังมากขึ้น หากผู้สอบอยู่ในระดับ Upper Intermediate ขึ้นไปก็สามารถเริ่มฝึกล่วงหน้าอย่างน้อย 2 เดือนขึ้นไปเพราะจะทำให้ได้คะแนนที่สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในพาร์ทนี้ Kru Noah สามารถทำได้ตามเป้าที่หวังไว้ในครั้งทดลองสอบหลังเรียนจบใหม่ มันได้ผลดีมากจริงๆ ในส่วนพาร์ทการอ่าน ต้องมีพื้นฐานทางไวยากรณ์และมีประสบการณ์การทำข้อสอบการอ่านพอสมควร ทั้งนี้หากยังไม่มีทักษะก็จึงควรอ่านเนื้อหาก่อนล่วงหน้าพร้อมฝึกฝนทำข้อสอบพาร์ทนี้อย่างน้อย 1 ครั้งต่อวัน มากกว่านั้นคือต้องทราบว่าแต่ละข้อนั้นดูอย่างไร ทำไมจึงตอบแบบนี้ โดยในส่วนนี้ต้องอาศัยความรู้และความเข้าใจพอสมควร ผู้เรียนสามารถเรียนเสริมได้กับครูผู้ชำนาญเพื่อแนะนำวิธีต่างๆที่ช่วยเข้าใจง่ายและได้ผลจริง
  • ฝึกฝนจนเป็นกิจวัตร ผู้สอบต้องฝึกฝนอย่างจริงจังเท่านั้น! เพราะข้อสอบTOEIC นั้นมีจำนวนข้อค่อนข้างเยอะหากเทียบกับเวลาที่ให้มา ต้องหัดทำทุกพาร์ทวันละ 1-2 ครั้งอย่างน้อย ที่สำคัญคือต้องจับเวลาทุกครั้ง จากประสบการณ์ที่ได้รู้จากตัวเองและผู้อื่น หากไม่หัดฝึกทำแบบจับเวลาก่อนสอบ 95% ของผู้สอบจะทำไม่ทันอย่างแน่นอน
  • หมั่นจำคำศัพท์เป็นหมวดหมู่ แต่พาร์ทจะคละหมวดมาให้มากมาย หากจำคำศัพท์หลักๆได้บ้างก็จะเพิ่มโอกาสการได้คะแนนตามที่หวังไว้
  • ตรวจสอบข้อมูลก่อนเข้าสอบ โดยผู้สอบต้องเตรียมพร้อมตัวเอง ไม่เครียดก่อนสอบ อุปกรณ์การใช้สอบอะไรที่ควรใช้และอะไรที่ไม่สามารถนำเข้าห้องสอบได้ สถานที่สอบอยู่ที่ไหน เดินทางไปสอบอย่างไร ระยะเวลาการเดินทางระหว่างที่พักกับสนามสอบกี่นาที เพื่อไม่ให้มีความสับสนวุ่นวายในวันที่จะสอบมากเกินไปเพราะจะทำให้สมองยุ่งเหยิงทั้งที่ควรจะมีสมาธิก่อนเข้าสอบนั่นเอง Kru Noah ขอแนะนำให้พักการอ่าน 1 วันก่อนสอบหรืออาจจะอ่านคำศัพท์ผ่านตาพอให้สบายใจหรือลองทำข้อสอบแบบไม่เครียด(หัดทำผ่านๆเพื่อให้ชินกับข้อสอบมากขึ้น)

อย่างไรก็ดี การฝึกฝนนั้นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการฝึกทำข้อสอบด้วยตัวเอง หรือหาครูสอนพิเศษภาษาอังกฤษที่มีประสบการณ์ติวสอบ TOEIC ก็ได้ค่ะ นอกจากนั้นการเตรียมตัวกับทุกเหตุการณ์ก็สำคัญเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น การตรวจสอบยานพาหนะก่อนเดินทาง ตรวจสอบลักษณะวันที่จะเดินทางว่าตรงกับวันหยุดสุดสัปดาห์หรือไม่ หากทุกอย่างพร้อม ใจก็พร้อม สู้นะคะ แล้วพบกันใหม่โอกาสหน้านะคะ สวัสดีค่ะ ;))

Author: Teacher Noah