Present Perfect Continuous Tense คืออะไร สรุปวิธีใช้ และโครงสร้าง

Present Perfect Continuous Tense คือ ประโยคปัจจุบันสมบูรณ์แบบต่อเนื่อง รูปแบบประโยคลักษณะนี้จะใช้กับเหตุการณ์หรือการกระทำที่เกิดในอดีต ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน และมีแนวโน้มที่จะดำเนินต่อไปในอนาคต วิธีการใช้จะเหมือนกับ Present Perfect Tense แต่จะเน้นความต่อเนื่องของการกระทำมากกว่า เช่น

He has worked for 5 hours.

แปลว่า เขาทำงานมาแล้ว 5 ชั่วโมง (อาจจะทำบ้าง พักบ้าง หรือไม่ได้เน้นว่าจะทำต่อไปหรือไม่) เปรียบเทียบกับ Present Perfect Continuous เช่น

He has been working for 5 hours.

มีความหมายว่าเขาทำงานต่อเนื่องมา 5 ชั่วโมงแล้วและน่าจะยังคงทำต่อไปอีก

อย่างไรก็ตามประโยคเช่นนี้มักไม่ใช้กับคำกริยาที่มีความหมายเป็นการกระทำที่ไม่นานหรือไม่ต่อเนื่อง

Present Perfect Continuous Tense เป็นส่วนหนึ่งของ Present Tense ซึ่งประกอบด้วยประโยคปัจจุบันกาลแบบอื่นๆ อีก คือ Present Simple TensePresent Continuous Tense และ Present Perfect Tense

ประโยคปัจจุบันสมบูรณ์แบบต่อเนื่องในภาษาอังกฤษสามารถเขียนได้ 2 วิธี คือ

  • Active Voice คือ ประโยคที่ประธานเป็นผู้กระทำกริยาโดยตรงในอดีตต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันและยังคงทำต่อไปในอนาคต ประโยคเช่นนี้จะมีกรรมมารองรับหรือไม่ก็ได้
  • Passive Voice คือ ประโยคที่เน้นไปที่กรรมหรือผู้ถูกกระทำ จึงย้ายกรรมหรือผู้ถูกกระทำมาทำหน้าที่ประธานในประโยค คำกริยาในประโยคแบบ Passive Voice จะเป็นคำกริยาช่อง 3 (V.3) หรือที่เรียกว่า Past Participle

Verb to have ในประโยค Present Perfect Continuous

Verb to have เป็นกริยช่วย (auxiliary verb) ที่จำเป็นต้องเปลี่ยนรูปตามประธานของประโยค ในประโยคปัจจุบันสมบูรณ์ เราสามารถเลือกใช้ verb to have ได้ตามประธานดังต่อไปนี้

ประธานverb to have
I
We
You
They
have
He
She
It
has

การเติม ing ท้ายคำกริยา

เราจะสามารถสังเหตุได้ว่าประโยค Present Perfect Continuous จะต้องเติม -ing ที่ท้าย infinitive verb หรือ คำกริยาช่อง 1 ซึ่งหลักการเติม -ing ในคำกริยามีดังต่อไปนี้

  • กริยาที่ลงท้ายด้วย e และตัว e ไม่ออกเสียง ให้ตัด e ทิ้งก่อนแล้วจึงเติม ing เช่น baking, damaging, dating เป็นต้น
  • กริยาที่ลงท้ายด้วย ee สามารถเติม ing ท้ายคำได้เลย เช่น peeing, disagreeing, seeing เป็นต้น
  • กริยาที่ลงท้ายด้วย ie ให้เปลี่ยน ie เป็น y ก่อนแล้วค่อยเติม ing เช่น lying, dying, lying เป็นต้น
  • กริยาที่มีพยางค์เดียว สระตัวเดียวและตัวสะกดตัวเดียว ให้เพิ่มตัวสะกดอีกหนึ่งตัวแล้วจึงเติม ing เช่น running, getting, digging, stopping, sitting เป็นต้น
  • กริยาสองพยางค์ พยางค์หลังออกเสียงหนักและมีสระตัวเดียว ตัวสะกดตัวเดียว ให้เพิ่มตัวสะกดอีกหนึ่งตัวเช่นกัน เช่น referring, beginning, occurring เป็นต้น
สรุปโครงสร้าง Present Perfect Continuous Tense
สรุปโครงสร้าง Present Perfect Continuous Tense

ประโยคบอกเล่ารูปปัจจุบันสมบูรณ์แบบต่อเนื่อง

คือ การเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีต ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันและยังคงจะทำต่อไปในอนาคต

โครงสร้างประโยคบอกเล่ารูปปัจจุบันกาลสมบูรณ์แบบต่อเนื่อง active voice

ประธาน + verb to have + been + คำกริยาช่อง 1 เติม ing

ตัวอย่าง

Tom has been living in Thailand Since 2000.
ทอมอาศัยอยู่ที่เมืองไทยมาตั้งแต่ปี 2000 (ไม่มีทีท่าว่าจะย้ายไปอยู่ที่อื่น)

It has been raining heavily for 2 hours.
ฝนกำลังตกหนักมากต่อเนื่องมาเป็นเวลาสองชั่วโมงแล้ว (ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตก)

โครงสร้างประโยคบอกเล่ารูปอดีต passive voice

กรรม + verb to have + been + being + กริยาช่อง 3 (V.3)

ตัวอย่าง

The suspect has been being interrogated since 2 pm.
ผู้ต้องสงสัยถูกสอบปากคำตั้งแต่บ่าย 2 โมง

These types of abnormalities have been being studied for ages without any progress having been being made.
ความผิดปกติประเภทนี้ได้รับการศึกษามานานมากแล้วโดยไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด

ประโยคปฏิเสธรูปปัจจุบันสมบูรณ์แบบต่อเนื่อง

คือ ประโยคที่ปฏิเสธการกระทำหรือเหตุการณ์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นในอดีตต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ประโยคปฏิเสธจะมีคำว่า not ที่แปลว่า “ไม่ได้…” กำกับอยู่ในประโยค

เมื่อเราใช้ประโยคปฏิเสธที่มีคำว่า “not” ตามหลังคำกริยา บ่อยครั้งที่เราพบเจ้าของภาษาจะย่อคำนั้นให้สั้นลง เรียกว่า Contraction หรือ การย่อคำ ในประโยค Present Perfect Continuous เราจะพบการย่อคำ คือ haven’t และ hasn’t

โครงสร้างประโยคปฏิเสธรูปปัจจุบันสมบูรณ์ต่อเนื่อง active voice

ประธาน + verb to have + not + been + กริยาช่อง 1 เติม ing

ตัวอย่าง

They have not been studying English for many weeks.
พวกเขาไม่ได้เรียนภาษาอังกฤษมานานหลายสัปดาห์แล้ว

The couple have not been meeting each other since the beginning of the year.
คู่รักคู่นั้นไม่ได้เจอกันมาตั้งแต่ต้นปีแล้ว

โครงสร้างประโยคปฏิเสธรูปปัจจุบันสมบูรณ์แบบต่อเนื่อง passive voice

กรรม + verb to have + not + been + being + กริยาช่อง 3 (V.3)

ตัวอย่าง

The kite has not (hasn’t) been being flied by him for several months.
ว่าวไม่ได้ถูกนำมาเล่น (โดยเขา) มาหลายเดือนแล้ว

The crops have not (haven’t) been being harvested by the farmer for two months.
พืชผลเหล่านั้นไม่ได้ถูกเก็บเกี่ยว (โดยชาวนา) มาเป็นเวลาสองเดือนแล้ว

ประโยคคำถาม Yes/No รูปปัจจุบันสมบูรณ์แบบต่อเนื่อง

คือ การถามเกี่ยวกับเหตุการณ์หรือสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันและคงยังกระทำต่อเนื่องไปในอนาคต โดยต้องการคำตอบเป็นคำว่า ใช่/ไม่ใช่ (Yes/No) เท่านั้น

โครงสร้างประโยคคำถาม Yes/No รูปปัจจุบันสมบูรณ์แบบต่อเนื่อง active voice

Verb to have + ประธาน + been + คำกริยาช่อง 1 เติม ing?

Verb to have + ประธาน + not + been + คำกริยาช่อง 1 เติม ing?

ตัวอย่าง

Have the kids been playing with toys since afternoon?
เด็กๆเล่นของเล่นกัน (มาตลอด) ตั้งแต่ตอนบ่ายแล้วหรือเปล่า

Have the kids not been playing with toys since afternoon?
เด็กๆไม่ได้เล่นของเล่นมาตั้งแต่บ่ายแล้วใช่มั้ย

Has Jenny been crying for 20 minutes?
เจนนี่ร้องไห้(ไม่หยุด)มาตั้งยี่สิบนาทีแล้วใช่ไหม

Has Jenny not been crying for 20 minutes?
เจนนี่ไม่ได้ร้องไห้มายี่สิบนาทีแล้วใช่ไหม

โครงสร้างประโยคคำถาม Yes/No รูปปัจจุบันสมบูรณ์แบบต่อเนื่อง passive voice

Verb to have + กรรม + been + being + กริยาช่อง 3 (V.3)?

Verb to have + กรรม + not + been + being + กริยาช่อง 3 (V.3)?

ตัวอย่าง

Has his room been cleaning by him for half an hour?
ห้องของเขาได้รับการทำความสะอาด (โดยเขา) มาครึ่งชั่วโมงแล้วใช่มั้ย

Has his room not been cleaning for a month?
ห้องของเขาไม่ได้ทำความสะอาดมาเป็นเดือนแล้วใช่มั้ย

Has the medicine been taken by her for three days?
ยาถูกกินไป (โดยเธอ) เป็นเวลาสามวันแล้วใช่มั้ย

Has the medicine not been taken by her for three days?
ยาไม่ได้ถูกกิน (โดยเธอ) มาสามวันแล้วใช่มั้ย

ประโยคคำถาม Wh- questions รูปปัจจุบันสมบูรณ์แบบต่อเนื่อง

ประโยคคำถามแบบ Wh- questions เป็นประโยคที่ขึ้นต้นด้วยคำถามดังต่อไปนี้

Whoใคร
Whomใคร
Whatอะไร
Whichอันไหน
Whenเมื่อไหร่
Whereที่ไหน
Whyทำไม
Howอย่างไร

โครงสร้างคำถาม Wh- questions รูปปัจจุบันสมบูรณ์แบบต่อเนื่อง

โครงสร้างนี้ใช้สำหรับคำถามที่เรารู้ว่าประธานเป็นใคร หรือเป็นสิ่งของสิ่งใดเท่านั้น

คำถาม + verb to have + ประธาน + been + กริยาช่อง 1 เติม ing?

ตัวอย่าง

Whose shirt has she been sewing since last week?
เสื้อของใครที่เธอเย็บมาตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว?

Where has the carpenter been repairing tables since Monday?
ช่างไม้ไปซ่อมโต๊ะที่ไหนตั้งแต่วันจันทร์แล้ว

Since when has my mom been planting new roses?
ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะที่แม่ของฉันเฝ้าปลูกแต่ดอกกุหลาบ

Where has he been cutting wood since 9 o’clock?
เขาไปตัดไม้ที่ไหนตั้งแต่เก้าโมงเช้า

Why have they been spoiling books since morning?
ทำไมพวกเขามัวแต่สปอยล์เนื้อหาในหนังสือมาตั้งแต่เช้าแล้ว

โครงสร้างคำถาม Wh- questions แบบ negative รูปปัจจุบันสมบูรณ์แบบต่อเนื่อง

ประโยคคำถามเช่นนี้ เป็นการถามประธานถึงเหตุการณ์หรือการกระทำที่ไม่ได้เกิดในอดีตแล้วต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

คำถาม + verb to have + ประธาน + not been + กริยาช่อง 1 เติม ing?

ตัวอย่าง

Since when has the athlete not been taking a rest?
ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่นักกีฬาไม่ได้พักเลย

Since when has my dad not been planting new trees?
ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่พ่อไม่ยอมปลูกต้นไม้ต้นใหม่ๆเลย

Where have the teachers not been teaching for a year?
มีที่ไหนบ้างที่คุณครูไม่ได้สอนมาเป็นปีแล้ว

Why has the shopkeeper not been decorating shops for a month?
ทำไมเจ้าของร้านไม่ยอมตกแต่งร้านมานานเป็นเดือนแล้ว

โครงสร้างคำถาม Who รูปปัจจุบันสมบูรณ์แบบต่อเนื่อง

ประโยคคำถาม Who ถูกใช้เมื่อมีการกระทำหรือเหตุการณ์เกิดขึ้น แต่ไม่ทราบประธานผู้กระทำเหตุการณ์นั้นคือใคร

Who + verb to have + been + กริยาช่อง 1 เติม ing?

ตัวอย่าง

Who has been taking a bath for half an hour?
ใครที่อาบน้ำมาครึ่งชั่วโมงแล้ว

Who has been saving every cent for three years?
ใครที่ออมเงินทุกบาททุกสตางค์มาสามปีแล้ว

โครงสร้างคำถาม Who รูปปัจจุบันสมบูรณ์แบบต่อเนื่อง แบบ negative

ประโยคคำถาม Who แบบ negative ถูกใช้เมื่อมีประธานที่เราไม่ทราบว่าเป็นใคร ไม่ได้กระทำหรืองดเว้นกระทำสิ่งใด

Who + verb to have + not + been + กริยาช่อง 1 เติม ing?

ตัวอย่าง

Who has not been getting a pension since 2000?
ใครที่ยังไม่เคยได้รับเงินบำนาญเลยตั้งแต่ปี 2000

Who has not been paying electricity bill since the beginning of the year?
ใครที่ยังไม่ได้จ่ายค่าไฟมาตั้งแต่ต้นปีบ้าง

โครงสร้างคำถาม Which รูปปัจจุบันสมบูรณ์แบบต่อเนื่อง

คำถามที่ใช้ Which เป็นการบอกให้เลือกอย่างสิ่งใด จะมีโครงสร้างดังต่อไปนี้

Which + กรรม + verb to have + ประธาน + been + กริยาช่อง 1 เติม ing?

การใช้ Which อีกแบบ คือ การถามว่าประธานคนใด หรือสิ่งใดเป็นผู้กระทำ

Which + ประธาน + verb to have + been + กริยาช่อง 1 เติม ing?

ตัวอย่าง

Which factory has my sister been working in since November?
โรงงานไหนที่พี่สาวของฉันทำงานมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน

Which game have the kids been playing for two weeks?
เด็กๆเล่นเกมอันไหนมาสองสัปดาห์แล้ว

Which employee has been getting an employee of the month title for 3 months?
พนักงานคนไหนได้ตำแหน่งพนักงานดีเด่นประจำเดือนมาแล้ว 3 เดือนบ้าง

โครงสร้างคำถาม Which รูปปัจจุบันสมบูรณ์แบบต่อเนื่อง แบบ negative

คำถามเช่นนี้เป็นการถามประธานให้เลือกตอบสิ่งที่ประธานไม่ได้เลือกในอดีต

Which + กรรม + has + ประธาน + not + been + กริยาช่อง 1 เติม ing?

ถามว่าประธานคนใด หรือสิ่งใดไม่ได้เป็นผู้กระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

Which + ประธาน + has not been + กริยาช่อง 1 เติม ing?

ตัวอย่าง

Which road has the worker not been repairing for more than three days?
ถนนเส้นไหนที่คนงานไม่ได้มาซ่อมมามากกว่าสามวันแล้ว

Which article has Mary not been writing since morning?
บทความเรื่องไหนที่แมรี่ไม่ได้เขียนมาตั้งแต่เช้าแล้ว

Which student has not been submitting homework for a week?
นักเรียนคนไหนที่ไม่ได้ส่งการบ้านมา 1 สัปดาห์แล้ว

ประโยคแบบ Present Perfect Continuous ถูกใช้โดยเจ้าของภาษาอยู่เสมอ ทั้งการสนทนาและในงานเขียน เพราะเป็นประโยคที่ช่วยให้ผู้ฟังเข้าใจรายละเอียดของสถานการณ์และความน่าจะเป็นที่ส่งผลมาถึงปัจจุบันได้ดีกว่าการใช้ Present Simple Tense หากเราอยากพูดภาษาอังกฤษได้เหมือนชาวต่างชาติ เราควรทำความเข้าใจประโยคเช่นนี้ รวมถึง Tense ภาษาอังกฤษอื่นๆ อีกด้วย การเรียนไวยากรณ์ภาษาอังกฤษไม่ได้เป็นประโยชน์เฉพาะเด็กนักเรียนในชั้นเรียนภาษาอังกฤษเท่านั้น ผู้ใหญ่วัยทำงานที่ใช้ภาษาอังกฤษได้ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์มักฟังดูน่าเชื่อถือมากกว่าคนที่พูดภาษาอังกฤษไม่คล่องนัก นอกจากนี้การเรียนไวยากรณ์ภาษาอังกฤษในปัจจุบันก็ไม่ยากเลย เพราะมีตำราภาษาอังกฤษหลากหลายในร้านขายหนังสือ และมีครูภาษาอังกฤษตัวต่อตัวมากมายที่พร้อมช่วยให้คุณเก่งไวยากรณ์ภาษาอังกฤษได้ หากการเรียนภาษาอังกฤษตัวต่อไม่สะดวกนักสำหรับคุณ ครูหลายท่านก็ยังมีคอร์สเรียนออนไลน์ให้คุณได้เรียนไวยากรณ์ภาษาอังกฤษได้ทุกที่ทุกเวลาอีกด้วย

อัพเดทล่าสุด: