Future Continuous Tense คืออะไร สรุปวิธีใช้ หลักการและโครงสร้าง

Future Continuous Tense คือ ประโยคอนาคตกาลต่อเนื่อง เป็นประโยคที่ใช้บอกการกระทำหรือเหตุการณ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งที่ระบุอย่างแน่นอนในอนาคต โดยการกระทำหรือเหตุการณ์นั้นๆ เน้นความต่อเนื่องหรือกำลังกระทำอยู่ มักมีคำวิเศษณ์บอกเวลาที่เฉพาะเจาะจง เช่น tomorrow at 7 o’clock, on Friday morning, next Tuesday เป็นต้น

Future Continuous Tense เป็นส่วนหนึ่งของ Future Tense ซึ่งประกอบด้วยประโยคปัจจุบันกาแบบอื่นๆ อีก คือ Future Simple Tense, Future Perfect Tense และ Future Perfect Continuous Tense

ประโยคอนาคตกาลต่อเนื่องในภาษาอังกฤษสามารถเขียนได้ 2 วิธี คือ

  • Active Voice คือ ประโยคที่ประธานเป็นผู้กระทำกริยาโดยตรงในอนาคต ประโยคเช่นนี้จะมีกรรมมารองรับหรือไม่ก็ได้
  • Passive Voice คือ ประโยคที่เน้นไปที่กรรมหรือผู้ถูกกระทำในอนาคต ประโยคเช่นนี้จะย้ายกรรมหรือผู้ถูกกระทำมาทำหน้าที่ประธานในประโยค คำกริยาในประโยคแบบ Passive Voice จะเป็นคำกริยาช่อง 3 (V.3) หรือที่เรียกว่า Past Participle

การเติม ing ท้ายคำกริยา

เราจะสามารถสังเหตุได้ว่าประโยคอนาคตกาลต่อเนื่องจะต้องเติม -ing ที่ท้าย infinitive verb หรือ คำกริยาช่อง 1 ซึ่งหลักการเติม -ing ในคำกริยามีดังต่อไปนี้

  • กริยาที่ลงท้ายด้วย e และตัว e ไม่ออกเสียง ให้ตัด e ทิ้งก่อนแล้วจึงเติม ing เช่น arguing, writing, taking, moving เป็นต้น
  • กริยาที่ลงท้ายด้วย ee สามารถเติม ing ท้ายคำได้เลย เช่น seeing, agreeing, freeing เป็นต้น
  • กริยาที่ลงท้ายด้วย ie ให้เปลี่ยน ie เป็น y ก่อนแล้วค่อยเติม ing เช่น dying, tying, lying เป็นต้น
  • กริยาที่มีพยางค์เดียว สระตัวเดียวและตัวสะกดตัวเดียว ให้เพิ่มตัวสะกดอีกหนึ่งตัวแล้วจึงเติม ing เช่น running, getting, digging, stopping, sitting เป็นต้น
  • กริยาสองพยางค์ พยางค์หลังออกเสียงหนักและมีสระตัวเดียว ตัวสะกดตัวเดียว ให้เพิ่มตัวสะกดอีกหนึ่งตัวเช่นกัน เช่น referring, beginning, occurring เป็นต้น

will และ be going to

การเขียนประโยค Future Continuous Tense สามารถเขียนได้ 2 แบบ คือ การเขียนด้วยการใช้ will ซึ่งเป็นกริยาช่วย (auxiliary verb) และการเขียนด้วยการใช้ be going to กรณีที่ต้องการเขียนแบบ be going to ผู้เขียนจะต้องเลือกใช้กริยาช่วย be ช่องที่ 1 ให้ถูกต้องตามประธานของประโยคดังต่อไปนี้

ประธานverb to be ช่อง 1
Iam
Weare
Youare
Theyare
Heis
Sheis
Itis
โครงสร้าง Future Continuous Tense แบบ Will
โครงสร้าง Future Continuous Tense แบบ Will
โครงสร้าง Future Continuous Tense แบบ Be going to
โครงสร้าง Future Continuous Tense แบบ Be going to

ประโยคบอกเล่ารูปอนาคตกาลต่อเนื่อง

คือ ประโยคเล่าเรื่องราวที่คาดว่ากำลังจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ในช่วงเวลาที่ระบุไว้อย่างชัดเจน

โครงสร้างประโยคบอกเล่ารูปอนาคตต่อเนื่อง active voice

ประธาน + will + be + กริยาช่อง 1 เติม ing
ประธาน + verb to be + going to be + กริยาช่อง 1 เติม ing

ตัวอย่าง

The Thompson will be staying with you again this year.
The Thompson is going to be staying with you again this year.
ครอบครัวธอมป์สันจะมาอยู่กับคุณอีกครั้งในปีนี้

She will be sleeping tomorrow morning.
She is going to be sleeping tomorrow morning.
พรุ่งนี้ตอนเช้าเธอน่าจะกำลังนอนอยู่

โครงสร้างประโยคบอกเล่ารูปอนาคตต่อเนื่อง Passive voice

กรรม + will be + being + กริยาช่อง 3 (V.3)
กรรม + verb to be + going to + being + กริยาช่อง 3 (V.3)

ตัวอย่าง

My bedroom will be being cleaned when my parents get home tomorrow afternoon.
My bedroom is going to be being cleaned when my parents get home tomorrow afternoon.
พรุ่งนี้ตอนบ่ายห้องนอนของฉันจะถูกทำความสะอาดเมื่อพ่อแม่กลับมาถึงบ้าน

The show will be being performed this time tomorrow.
The show is going to be being performed this time tomorrow.
พรุ่งนี้เวลานี้ โชว์น่าจะกำลังแสดงอยู่

ประโยคปฏิเสธรูปอนาคตกาลต่อเนื่อง

คือ ประโยคที่ปฏิเสธการกระทำหรือเหตุการณ์ที่คาดว่าจะไม่เกิดขึ้นในอนาคต ในช่วงเวลาที่ระบุไว้อย่างชัดเจน ในประโยคปฏิเสธจะมีคำว่า “not“ ที่แปลว่า “ไม่ได้…” กำกับอยู่ในประโยคเสมอ

เมื่อเราใช้ประโยคปฏิเสธที่มีคำว่า “not” ตามหลังคำกริยา บ่อยครั้งที่เราพบเจ้าของภาษาจะย่อคำนั้นให้สั้นลง เรียกว่า Contraction หรือ การย่อคำ ในประโยคอนาคตกาลต่อเนื่องเราจะพบการย่อคำ เช่น won’t หรือ isn’t ging to เป็นต้น

โครงสร้างประโยคปฏิเสธรูปอนาคตกาลต่อเนื่อง active voice

ประธาน + will not be (won’t be) + กริยาช่อง 1 เติม ing
ประธาน + verb to be + not + going to be + กริยาช่อง 1 เติม ing

ตัวอย่าง

He will not be having lunch when we arrive (at this house) tomorrow.
He is not going to be having lunch when we arrive (at this house) tomorrow.
เขาน่าจะไม่ได้กินข้าวเที่ยงอยู่แน่ๆตอนที่เรามาถึง(บ้านหลังนี้)ในวันพรุ่งนี้

The students will not be walking to school when it’s raining.
The students are not going to be walking to school when it’s raining.
นักเรียนจะไม่เดินไปโรงเรียนตอนที่ฝนตก

โครงสร้างประโยคปฏิเสธรูปอนาคตกาลต่อเนื่อง passive voice

กรรม + will not be + being + กริยาช่อง 3 (V.3)
กรรม + verb to be + not + going to be + being + กริยาช่อง 3 (V.3)

ตัวอย่าง

The Future Simple tense will not be being learned by the students at 8 o’clock tomorrow.
The Future Simple tense is not going to be being learned by the students at 8 o’clock tomorrow.
พรุ่งนี้ตอนแปดโมงเช้า (นักเรียน) น่าจะไม่ได้เรียนเรื่องประโยคอนาคตกาล

The Songs will not be being sung by him tomorrow morning.
The Songs are not going to be being sung by him tomorrow morning.
พรุ่งนี้เช้า มีหลายๆเพลงที่ไม่น่าจะถูก (เขา) เอามาร้อง

ประโยคคำถาม Yes/No รูปอนาคตกาลต่อเนื่อง

คือ การถามเกี่ยวกับเหตุการณ์หรือสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งซึ่งระบุเวลาไว้อย่างชัดเจนแน่นอน โดยต้องการคำตอบเป็นคำว่า ใช่/ไม่ใช่ (Yes/No) เท่านั้น

โครงสร้างประโยคคำถาม Yes/No รูปอนาคตกาลต่อเนื่อง active voice

Will + ประธาน + be + กริยาช่อง 1 เติม ing ?
Verb to be + ประธาน + going to be + กริยาช่อง 1 เติม ing ?

Will + ประธาน + not + be + กริยาช่อง 1 เติม ing?
Verb to be + ประธาน + not + going to be + กริยาช่อง 1 เติม ing?

ตัวอย่าง

Will he be working all day next week?
Is he going to be working all day next week?
สัปดาห์เขาจะไปทำงานทั้งวันหรือเปล่า

Will he not be going to work all day next week?
Is he not going to be going to work all day next week?
สัปดาห์เขาจะไม่ได้ไปทำงานทั้งวันหรือเปล่า

Will you be calling on me tomorrow morning?
Are you going to be calling on me tomorrow morning?
พรุ่งนี้เช้าคุณน่าจะคุยโทรศัพท์กับฉันอยู่หรือเปล่า

Will you not be calling on me tomorrow morning?
Are you not going to be calling on me tomorrow morning?
พรุ่งนี้เช้าคุณไม่น่าจะได้คุยโทรศัพท์กับฉันหรือเปล่า

โครงสร้างประโยคคำถาม Yes/No รูปอนาคตกาลต่อเนื่อง passive voice

Will + กรรม + be + being + กริยาช่อง 3 (V.3)?
Verb to be + กรรม + going to be + being + กริยาช่อง 3 (V.3)?

Will + กรรม + not + be + being + กริยาช่อง 3 (V.3)?
Verb to be + กรรม + not + going to be + being + กริยาช่อง 3 (V.3)?

ตัวอย่าง

Will your TikTok status be being updated?
Is your TikTok status going to be being updated?
สถานะของติ๊กต็อกของคุณกำลังจะถูกอัพเดทใช่มั้ย

Will your TikTok status not be being updated?
Is your TikTok status not going to be being updated?
สถานะของติ๊กต็อกของคุณไม่ได้กำลังจะถูกอัพเดทใช่มั้ย

Will the Jets be being Flown by the pilots?
Are the Jets going to be being Flown by the pilots?
เครื่องบินเจ็ท (นักบิน) จะนำมาบินหรือไม่

Will the Jets not be being Flown by the pilots?
Are the Jets not going to be being Flown by the pilots?
เครื่องบินเจ็ท (นักบิน) จะไม่ได้นำมาบินหรือไม่

ประโยคคำถาม Wh- questions รูปอนาคตกาลต่อเนื่อง

ประโยคคำถามแบบ Wh- questions เป็นประโยคที่ขึ้นต้นด้วยคำถามดังต่อไปนี้

Whoใคร
Whomใคร
Whatอะไร
Whichอันไหน
Whenเมื่อไหร่
Whereที่ไหน
Whyทำไม
Howอย่างไร

โครงสร้างคำถาม Wh- questions รูปอนาคตกาลต่อเนื่อง

โครงสร้างนี้ใช้สำหรับคำถามที่ต้องการคำตอบเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดในอนาคต โดยต้องการรายละเอียดมากกว่าคำตอบ ใช่หรือไม่ใช่

คำถาม + will + ประธาน + be + กริยาช่อง 1 เติม ing ?
คำถาม + verb to be + ประธาน + going to be + กริยาช่อง 1 เติม ing ?

ตัวอย่าง

How will you be traveling next year?
How are you going to be traveling next year?
ปีหน้า(ตลอดปี)คุณจะเดินทางอย่างไร

What will they be doing at eleven o’clock tonight?
What are they going to be doing at eleven o’clock tonight?
คืนนี้ห้าทุ่มพวกเขาจะกำลังทำอะไรกันอยู่

What will you be wearing for the show tomorrow?
What are you going to be wearing for the show tomorrow?
คุณจะใส่ชุดอะไรสำหรับการแสดงวันพรุ่งนี้

Where will you be studying tomorrow morning?
Where are you going to be studying tomorrow morning?
คุณกำลังเรียนอยู่ที่ไหนตอนเช้าวันพรุ่งนี้

Why will it be raining afternoon tomorrow?
Why is it going to be raining afternoon tomorrow?
ทำไมพรุ่งนี้ฝนถึงตกตอนบ่าย

โครงสร้างคำถาม Wh- questions แบบ negative รูปอนาคตกาลต่อเนื่อง

ประโยคคำถามลักษณะนี้ เป็นการถึงเหตุการณ์หรือการกระทำที่คาดว่าจะเกิดในช่วงระยะเวลาใดเวลาหนึ่งในอนาคตอันใกล้

คำถาม + will + ประธาน + not + be + กริยาช่อง 1 เติม ing ?
คำถาม + verb to be + ประธาน + not + going to be + กริยาช่อง 1 เติม ing ?

ตัวอย่าง

What will you not be presenting at the chit chat show tomorrow evening?
What are you not going to be presenting at the chit chat show tomorrow evening?
คุณจะไม่นำเสนออะไรในรายการสนทนาเย็นวันพรุ่งนี้

What will he not be having for breakfast tomorrow?
What is he not going to be having for breakfast tomorrow?
เขาจะไม่กินอะไรสำหรับมื้อเช้า?

When will the neighbors not be talking to me?
When are the neighbors not going to be talking to me?
เมื่อไหร่ที่ชาวบ้านจะไม่ได้คุยกับผม?

Where will he not be working?
Where is he not going to be working?
มีที่ไหนบ้างที่เขาจะไม่ได้ไปทำงาน

Why will she not be sleeping afternoon tomorrow?
Why is she not going to be sleeping afternoon tomorrow?
วันพรุ่งนี้ตอนบ่าย ทำไมเธอจะไม่นอนล่ะ

โครงสร้างคำถาม Who รูปอนาคตกาลต่อเนื่อง

ประโยคคำถาม Who ถูกใช้เมื่อถามถึงผู้กระทำหรือทำให้เกิดเหตุการณ์ที่คาดว่ากำลังจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งในอนาคตอันใกล้

Who + will + be + กริยาช่อง 1 เติม ing ?
Who + verb to be + going to be + กริยาช่อง 1 เติม ing ?

ตัวอย่าง

Who will be reading by the time we get home?
Who is going to be reading by the time we get home?
ใครกำลังจะอ่านหนังสือเวลาที่พวกเราถึงบ้าน

Who will you be talking with?
Who are you going to be talking with?
คุณจะกำลังคุยกับใครอยู่

โครงสร้างคำถาม Who รูปอนาคตกาลต่อเนื่อง แบบ negative

ประโยคคำถาม Who แบบ negative ถูกใช้เมื่อมีประธานที่เราไม่ทราบว่าเป็นใคร ไม่ได้กระทำหรืองดเว้นกระทำสิ่งใดในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งในอนาคต ที่ระบุเวลาไว้อย่างชัดเจน

Who + will + not + be + กริยาช่อง 1 เติม ing ?
Who + verb to be + not + going to be + กริยาช่อง 1 เติม ing ?

ตัวอย่าง

Who will not be playing football when I get home?
Who is not going to be playing football when I get home?
ตอนฉันถึงบ้าน ใครที่ไม่ได้กำลังเล่นฟุตบอลอยู่

Who will not be wearing school uniform tomorrow morning?
Who is not going to be wearing school uniform tomorrow morning?
พรุ่งนี้เช้ามีใครบ้างจะไม่ได้ใส่ชุดนักเรียน (เน้นว่าทั้งตอนเช้า)

โครงสร้างคำถาม Which รูปอนาคตกาลต่อเนื่อง

คำถามที่ใช้ Which เป็นการบอกให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งมีโครงสร้างดังต่อไปนี้

Which + กรรม + will + ประธาน + be + กริยาช่อง 1 เติม ing?
Which + กรรม + verb to be + ประธาน + going to be + กริยาช่อง 1 เติม ing?

ตัวอย่าง

Which day will you be working at the office?
Which day are you going to be working at the office?
มีวันไหนบ้างที่คุณจะทำงานอยู่ที่สำนักงาน

Which pen will she be using in the meeting room at 9 o’clock tomorrow?
Which pen is she going to be using in the meeting room at 9 o’clock tomorrow?
ปากกาด้ามไหนที่เธอจะใช้ในการประชุมพรุ่งนี้ตอนเก้าโมงเช้า

โครงสร้างคำถาม Which รูปอดีต แบบ negative

คำถามเช่นนี้เป็นการถามประธานให้เลือกตอบสิ่งที่ประธานไม่ได้เลือกในอดีต

Which + กรรม + will + ประธาน + not + be + กริยาช่อง 1 เติม ing ?
Which + กรรม + verb to be + ประธาน + not + going to be + กริยาช่อง 1 เติม ing ?

ตัวอย่าง

Which class will you not be attending when I see you tomorrow?
Which class are you not going to be attending when I see you tomorrow?
คุณจะไม่เรียนอยู่ห้องไหนตอนผมเจอคุณในวันพรุ่งนี้

Which bag will you not be carrying when you go to the market at 7 A.M. tomorrow?
Which bag are you not going to be carrying when you go to the market at 7 A.M. tomorrow?
คุณจะไม่ถือกระเป๋าใบไหนตอนที่คุณจะไปตลาดวันพรุ่งนี้เช้าเจ็ดโมง

เราอาจไม่ได้ยินหรือใช้ประโยค Future Continuous Tense บ่อยครั้งเท่า Future Simple Tense แต่เรายังสามารถพบประโยคเช่นนี้ได้บ่อยในบทความภาษาอังกฤษ แบบเรียนภาษาอังกฤษ หรือการสอบวัดความรู้ภาษาอังกฤษ เพื่อใช้ประเมินทักษะทางภาษาอังกฤษของผู้ถูกทดสอบ เช่น TOEIC และ IELTS เป็นต้น การเรียน Tense และหลักไวยากรณ์ภาษาอังกฤษไม่ได้มีประโยชน์แค่นักเรียนในโรงเรียนเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์สำหรับผู้ใหญ่ที่ต้องการสอบวัดระดับความรู้ภาษาอังกฤษ หรือจำเป็นต้องใช้ภาษาอังกฤษในการเขียนภาษาอังกฤษสำหรับที่ทำงานอีกด้วย หากคุณแม่นหลักไวยากรณ์ภาษาอังกฤษแล้ว การสนทนาภาษาอังกฤษของคุณจะราบรื่น และผู้ฟังจะเข้าใจคุณได้ดียิ่งขึ้น ดังนั้นแม้ว่าคุณจะต้องการเรียนภาษาอังกฤษเพื่อให้สื่อสารได้เท่านั้น แต่ครูสอนภาษาอังกฤษของคุณยังจำเป็นต้องสอนหลักไวยากรณ์ภาษาอังกฤษให้คุณอีกด้วย

อัพเดทล่าสุด: