จริง ๆ แล้ว การแนะนำตัวเองเป็นเรื่องที่มากกว่าการบอกแค่ชื่อของตัวเองแก่ผู้อื่น ดูเหมือนว่าการแนะนำตัวเองเป็นภาษาอังกฤษจะเป็นเรื่องยากสำหรับใครหลายๆ คน เพราะกังวลว่า เมื่อบอกชื่อไปแล้วเราควรจะบอกอะไรต่อดี อีกทั้งยังดูสถานการณ์ด้วยว่าเรากำลังแนะนำตัวอยู่กับใคร เช่น กับเพื่อนใหม่ที่เพิ่งพบกันครั้งแรก หรือ กับผู้ร่วมงานที่เพิ่งเจอกัน หรือกับบริษัทที่สัมภาษณ์งานเราครั้งแรก ซึ่งแน่นอนว่า การแนะนำตัวก็มีระดับการใช้ที่แตกต่างกัน คือมีแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการนั่นเอง

เรามาเริ่มต้นด้วยการแนะนำตัวเองแก่เพื่อนใหม่ที่เพิ่งรู้จักกัน แบบไม่เป็นทางการ กันเลยดีกว่า!

กลุ่มคำที่ขึ้นต้นก่อนชื่อของเรา ในการแนะนำตัวเป็นภาษาอังกฤษที่นิยมใช้กัน ก็คือ

I’m…..
You can call me………
Please call me…….

เป็นต้น

สิ่งที่จะบอกต่อจากชื่อตัวเอง ก็สามารถที่จะบอกข้อมูลว่า เรามาจากที่ไหน อายุเท่าไหร่ มีอาชีพหรือทำงานอะไร และมีความสนใจในเรื่องใดหรือมีงานอดิเรกอะไรเป็นพิเศษ ยกตัวอย่างเช่น

Matthew : Hi, I’m Matthew . I’m from California. And I’m 25 years old. Nice to meet you.
John : Hi, I’m John, from Texas. I’m 27. Glad to see you too.

หรือ จะแนะนำตัว อีกรูปแบบที่บอกถึงงานอดิเรกหรือสิ่งที่ชื่นชอบ ดังนี้

Matthew : Hi, I’m Matthew, you can call me Matt. At weekends I sometimes go to fishing. Nice to meet you.
John : Hi, I’m Jonathan. Please call me Joe. My hobbies are solving puzzle games and sketching. Nice to meet you too.

วลีหรือ phrase ที่ใช้บอกถึงงานอดิเรกหรือสิ่งที่เราชื่นชอบ มีหลายรูปแบบให้เลือกใช้ เช่น

  • I’m good at… => I’m good at drawing.
  • I have passion for… => I have passion for playing the guitar.
  • I like/love/enjoy… => I love watching movies.
  • My hobby is… => My hobby is dancing.

และหากเราต้องแนะนำตัวในสถานที่ทำงานหรือติดต่อธุรกิจ หรือแบบทางการ สิ่งที่เราจะต้องแนะนำเพิ่มเติมจากชื่อของเรา ส่วนมากก็จะบอก ตำแหน่งงานที่เราทำ มาจากประเทศไหนหรือเมืองไหน และมีความสนใจในเรื่องอะไรหรือมีความสามารถอะไรเป็นพิเศษ และสำหรับการแนะนำตัวเองแบบทางการนี้จะไม่นิยมใช้ I’m, I’ve หรือ My name’s ขึ้นต้นประโยคหรือนำหน้าชื่อตัวเอง แต่จะใช้คำขึ้นต้นที่สุภาพและเป็นทางการอย่างคำว่า My name is เรามาดูตัวอย่างของการแนะนำตัวในระดับที่เป็นทางการกันเลยดีกว่า

Hello, my name is David Kingston. I am graphic designer. I come from United States and I currently live in Bangkok, Thailand. In my free time, I enjoy cycling and practicing photography. Great to see you, thank you.

หรือ จะพูดอีกรูปแบบหนึ่งว่า

Good morning/ Good afternoon, my name is David Kingston. I work at graphic designer. I come from the New York office, I am interested in biking and hiking. Nice to meet you, thank you.

การอธิบายงานที่เราทำก็จะใช้ได้หลากหลายประโยค เช่น

  • I work at… => I work at Content writer in Marketing Department
  • I’m responsible for… => I’m responsible for managing the marketing campaigns.
  • I’m in charge of… => I’m in charge of the programing.
  • I deal with… => I deal with the sales.

สังเกตให้ดีว่า คำที่ตามหลัง phrase หรือกลุ่มคำข้างต้นนี้จะเป็นคำนาม หรือคำกริยาที่เติม –ing (gerund)

จะสังเกตได้ว่าการแนะนำตัวเองนั้น ไม่ได้ใช้ภาษาที่ซับซ้อนหรือใช้สำนวนใดๆ เลย เพียงแต่เราต้องใช้ภาษาให้เหมาะกับสถานการณ์เท่านั้น แน่นอนว่าการแนะนำตัวเองต่อคนที่เพิ่งเจอกันเป็นครั้งแรก ใคร ๆ ก็อยากที่จะสร้างความประทับใจให้อีกฝ่ายชื่นชอบในตัวเรา ดังนั้นเราก็ควรที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวเราเองที่มากพอและเหมาะสม ซึ่งแน่นอนว่าไม่ควรบอกแค่ชื่อตัวเองอย่างเดียวเท่านั้น การเตรียมข้อมูลของตัวเองที่ดีเพื่อแนะนำตัวต่อผู้อื่น ก็ถือเป็นมารยาททางสังคมที่ดี อีกทั้งยังช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีต่อการพบปะกันครั้งแรกของทั้งสองฝ่ายได้อีกด้วย

Terms of service · Privacy policy
© 2014-2020 BestKru