12 เว็บตรวจแกรมม่า ตรวจประโยค เรียงประโยคภาษาอังกฤษ

อยากเขียนภาษาอังกฤษให้ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ แต่แกรมม่าไม่เป๊ะ เขียน Tense ถูกไหมไม่รู่ ไม่ต้องกังวลค่ะ ปัจจุบันมีเว็บและแอพตรวจแกรมม่าต่างๆ มากมายที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ให้คุณได้ ไม่ว่าจะช่วยตรวจแกรมม่าแม่นๆ หรือเรียงประโยคภาษาอังกฤษให้ถูกต้องและสวยงามเหมือนเจ้าของภาษาเขียนเองเลยค่ะ

วันนี้เราได้ครูสอนภาษาอังกฤษมาแชร์กันว่าเว็บไหนตรวจแกรมม่าดี แอพไหนช่วยเรียงประโยคสวยๆ บ้าง มาดู 11 เว็บน่าสนใจช่วยคุณตรวจแกรมม่าได้ง่ายๆ ที่ด้านล่างนี้เลยค่ะ

ชื่อแอพพลิเคชัน/เว็บไซต์แบบไม่เสียค่าใช้จ่าย (ฟรี)ใช้บนเครื่องไหนได้บ้าง
QuillBotมีWindows, Mac, Android และ iOS
GrammarlyมีAndroid และ iOS  
GingerมีAndroid และ iOS
WhiteSmokeไม่มีใช้บนหน้าบราวเซอร์เว็บไซต์
ProWritingAidทดลองใช้ 2 สัปดาห์ใช้บนหน้าบราวเซอร์เว็บไซต์
HemingwayEditorมี ใช้บนหน้าบราวเซอร์เว็บไซต์
GrammarCheckมีใช้บนหน้าบราวเซอร์เว็บไซต์
Reversoมี
(เฉพาะการใช้งานบนเว็บไซต์)
Android และ iPhone/iPad 
After the Deadlineมีใช้บนหน้าบราวเซอร์เว็บไซต์
GradeProofมีiOS
Slick Writeมีใช้บนหน้าบราวเซอร์เว็บไซต์

ต่อมาเราจะมาดูกันว่าแต่ละเว็บ/แอพ ดีเด่นด้านไหนกันบ้าง และแอพไหนที่เหมาะกับคุณค่ะ

QuillBot

จุดเด่น : เสริมคำศัพท์และสรุปใจความสำคัญ

Quillbot คือ เว็บไซต์ที่เป็นตัวช่วยในการแปลงประโยคภาษาอังกฤษเดิมเป็นประโยคใหม่ (Paraphrase) และสรุปใจความสำคัญของข้อความต่างๆ และด้วยการทำงานระบบ AI ทำให้มั่นใจได้เลยว่า ทั้งอารมณ์, เนื้อหาและความสละสลวยของข้อความยังคงอยู่อย่างครบถ้วนแม้ว่าจะถูกถอดความออกมาแล้วก็ตาม แถม Quillbot ยังสามารถช่วยตรวจการสะกดคำ, เครื่องหมายวรรคตอนและแก้ไวยากรณ์ที่ผิดพลาดได้อีกด้วย เหมาสุดๆ สำหรับคนที่ต้องเขียนวิทยานิพนธ์หรือ essay

ข้อดี :

  • ช่วยแปลงประโยคภาษาอังกฤษ (Paraphrase) ให้เป็นประโยคใหม่ที่ยังคงความหมายเดิม แต่มีความสละสลวยมากกว่า
  • มีพจนานุกรมที่ช่วยหาศัพท์ที่มีความหมายใกล้เคียงกันได้อย่างถูกต้อง
  • มีโหมดการเขียนหลายแบบสำหรับการเขียนเชิงสร้างสรรค์
  • มีศัพท์ให้เลือกได้มากมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของคำศัพท์
  • เหมาะสำหรับนักเรียนนักศึกษาและการทำงานระดับมืออาชีพ

ข้อเสีย

  • รูปแบบตัวอักษรมีจำกัดทั้งแพคเก็จแบบพรีเมียมและแบบไม่เสียค่าใช้จ่าย
  • การแปลงประโยคใหม่บางครั้งเขียนออกมาไม่สวยงามนัก

Grammarly

จุดเด่น : ตรวจไวยากรณ์ได้ทันทีพร้อมด้วยคำแนะนำสั้นๆและภาพประกอบ

Grammarly เป็นหนึ่งในแอพพลิเคชันตรวจไวยากรณ์ที่ดีที่สุดที่สามารถตรวจเนื้อหาทุกประเภทได้อย่างรวดเร็ว ทำให้มั่นใจว่าได้งานเขียนที่กระชับได้ใจความและปราศจากข้อผิดพลาด ผู้ใช้ Grammarly จะได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับไวยากรณ์ต้องแก้ไข พร้อมด้วยเหตุผลและความจำเป็นในการแก้ไขนั้นๆ นอกจากนี้ Grammarly ยังช่วยตรวจ plagiarism หรือการคัดลอกเนื้อหาได้อีกด้วย ทำให้มั่นใจได้ว่างานเขียนของคุณถูกหลักไวยากรณ์ เรียงประโยคสวย และมีความเป็นออริจินัลแน่นอน

ข้อดี :

  • มีความแม่นยำสูงในการตรวจไวยากรณ์
  • ใช้งานได้หลายแพลตฟอร์ม
  • มีเครื่องมือสำหรับการเขียนที่ทันสมัย
  • มีแป้นพิมพ์ในมือถือประสิทธิภาพสูง
  • ตรวจแก้ไวยากรณ์ได้ทันทีแบบเรียลไทม์
  • ตรวจ plagiarism ได้ดี

ข้อเสีย :

  • ไม่สามารถใช้งานแบบออฟไลน์ (Offline) ได้

Ginger

จุดเด่น : มีประโยคแนะนำและการแก้ไขคำที่ใช้ผิด

Ginger แอพพลิเคชันสำหรับการตรวจแก้ไขไวยากรณ์ เป็นซอฟท์แวร์ที่ยังอยู่ระหว่างการจดสิทธิบัตรเพื่อทำให้งานเขียนของคุณมีประสิทธิภาพ ถูกต้องและแม่นยำมากที่สุด

ข้อดี :

  • มีคำแนะนำในการแก้ไขรูปแบบของประโยค
  • แนะนำการแก้ไขคำที่ใช้ผิด
  • มีเครื่องมือพิเศษสำหรับปรับปรุงงานเขียนเชิงสร้างสรรค์
  • มีผู้ช่วยส่วนตัวสำหรับการเขียนคำแนะนำ
  • มีพจนานุกรมส่วนตัว
  • มีฟีเจอร์ ”Easy rephrase” สำหรับหาประโยคทดแทน

ข้อเสีย :

  • มีป๊อบอัพที่ไม่เกี่ยวข้องขึ้นมาบ่อยๆ
  • ใช้งานออฟไลน์ไม่ได้ ต้องใช้อินเตอร์เน็ตตลอดเวลา
  • หน้าจอการใช้งานไม่ง่ายเท่าเว็บอื่น

White Smoke

จุดเด่น : แปลได้หลายภาษาและตรวจเครื่องหมายวรรคตอนได้

คุณสามารถใช้ WhiteSmoke แอพพลิเคชันตรวจไวยากรณ์ เพื่อเพิ่มคุณภาพของบทความภาษาอังกฤษด้วยขั้นตอนที่รวดเร็วและง่ายดาย นอกจากนี้ยังมีแถบเครื่องมือของ Whitesmoke สำหรับการแปลข้อความเป็นภาษาที่ซอฟท์แวร์รองรับด้วย ปัจจุบันแอพพลิเคชันตรวจไวยกรณ์ภาษาอังกฤษนี้รองรับภาษาได้มากกว่า 18 ภาษา

ข้อดี :

  • มีแบบฝึกเขียนที่หลากหลายพร้อมใช้งาน
  • สืบค้นการลอกเลียนผลงานได้อย่างแม่นยำ
  • สามารถติดตั้งและตั้งค่าได้อย่างง่ายดาย
  • รูปแบบออนไลน์พร้อมสนับสนุนการใช้งานข้ามแพลตฟอร์ม
  • ใช้งานได้ทั้งบนเดสก์ท็อป (desktop) และมือถือ

ข้อเสีย

  • ใช้งานยากนิดหนึ่ง
  • จำกัดการตรวจที่ 10,000 ตัวอักษรเท่านั้น
  • ไม่มีบริการฟรี และไม่มีช่วงทดลองใช้ด้วย

ProWritingAid

จุดเด่น : แก้ไขการสะกดคำผิดตามบริบทที่เกี่ยวข้อง

ProWritingAid เป็นซอฟท์แวร์สำหรับตรวจแก้ไวยากรณ์ที่มีเครื่องมือปรับปรุงความสามารถในการอ่าน เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะได้รับประสบการณ์ในการเขียนที่ดีขึ้น แอพพลิเคชันนี้ยังแนะนำรูปแบบและสไตล์การเขียนเพื่อให้คุณปรับปรุงคุณภาพงานเขียนได้อย่างง่ายดาย

ข้อดี :

  • แนะนำการเขียนหลากหลายสไตล์และมีรายงานการเขียนให้ด้วย
  • มีโปรแกรมแก้ไขข้อความมาตรฐาน
  • ใช้งานผ่านเว็บไซต์ได้ง่าย
  • มีคำแนะนำในการอ่าน
  • เหมาะสำหรับสไตล์การเขียนที่แตกต่างกัน

ข้อเสีย

  • บริการฟรีจำกัดแค่ 500 ตัวอักษร
  • ใช้งานออฟไลน์บนบราวเซอร์เว็บไซต์ไม่ได้ (ต้องมีอินเตอร์เน็ต)

Hemingway Editor

จุดเด่น : มีตัวบ่งชี้ความสามารถในการอ่านอัตโนมัติ

Hemingway Editor แอพพลิเคชันตรวจแก้ไวยากรณ์ที่ใช้งานค่อนข้างง่าย เพียงแค่คุณวางเนื้อหาที่ต้องการลงไปในแอพ คุณก็เริ่มแก้งานได้ทันที Hemingway Editor นับเป็นหนึ่งในแอพพลิเคชันที่ดีที่สุดสำหรับการร่างโครงงานหรือบทความที่กระชับได้ใจความ

ข้อดี :

  • เหมาะสำหรับคนที่ต้องการปรับปรุงสไตล์การเขียน
  • เหมาะที่สุดสำหรับการแก้ไขบทความสั้นๆ
  • แนะนำคำศัพท์ที่เหมาะสมสำหรับประโยคที่ซับซ้อน
  • มีตัวช่วยมากมายช่วยกำหนดความสามารถในการอ่านประโยค

ข้อเสีย :

  • จัดการรูปแบบ (Format) ไม่ได้
  • ตรวจแกรมม่าไม่ค่อยแม่นเท่าไหร่

GrammarCheck

จุดเด่น : มีพจนานุกรมและคำพ้องความหมายมากมาย

GrammarCheck ช่วยคุณเขียนเรียงความหรือบทความต่างๆได้อย่างกระชับและชัดเจน ด้วยการลดความผิดพลาดทางไวยากรณ์ทุกประเภท หากใช้ในรูปแบบเว็บไซต์ออนไลน์จะมีการเน้นหรือไฮไลต์ข้อความที่ผิดพลาดและผู้ใช้ยังสามารถกดดูข้อความที่ไฮไลต์เพื่อดูทางเลือกอื่นๆที่ถูกต้องได้ด้วย

ข้อดี :

  • เป็นเว็บที่ดีที่สุดสำหรับการตรวจไวยากรณ์ระดับพื้นฐาน
  • มีรูปแบบการบริการที่เข้าถึงได้ง่าย
  • มีรูปแบบการเขียนเชิงธุรกิจและงานเขียนทั่วไปให้เลือก
  • ตรวจการใช้อักษรตัวพิมพ์ใหญ่และเครื่องหมายวรรคตอน
  • ระบบการตรวจการสะกดคำใช้งานง่าย

ข้อเสีย :

  • ตรวจแกรมม่าไม่แม่น
  • ตรวจความกระชับของประโยคไม่ได้
  • ตรวจว่ามีการคัดลอกงานเขียน (plagiarism) ไม่ได้

Reverso

จุดเด่น : แปลเว็บไซต์และงานเอกสาร

Reverso เป็นหนึ่งในแอพพลิเคชันที่ดีที่สุดสำหรับการตรวจไวยากรณ์เพื่อปรับปรุงคุณภาพของงานเขียนโดยการแปลตามบริบทของเนื้อหา นอกเหนือจากการตรวจสอบข้อผิดพลาดของไวยากรณ์ได้อย่างรวดเร็ว เสิร์ชเอ็นจิ้นทางภาษาที่มีประสิทธิภาพของ Reverso ยังช่วยหารีวิวหรือบทวิจารณ์, ตัวอย่างสถานการณ์จริง ฯลฯ เพื่อใช้ในการตรวจแก้ ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาต่างประเทศอื่นๆ ด้วย

ข้อดี :

  • สนับสนุนการใช้งานข้ามแพลตฟอร์ม
  • แปลประโยคได้ด้วยคลิ๊กเดียว
  • ขยายเบราเซอร์เพื่อให้เข้าถึงง่าย
  • ตรวจจับการสะกดและไวยากรณ์ที่ผิดพลาดได้อย่างแม่นยำ
  • แนะนำการใช้เครื่องหมายวรรคตอนที่ถูกต้อง
  • มีพจนานุกรมออนไลน์ขนาดใหญ่

ข้อเสีย :

  • ตรวจว่ามีการคัดลอกงานเขียน (plagiarism) ไม่ได้
  • เน้นไปที่การตรวจพจนานุกรมและการสะกดคำมากกว่า

After the Deadline

จุดเด่น : มีเครื่องมือกำกับบรรทัด

After the Deadline เป็นอีกหนึ่งในแอพพลิเคชันตรวจไวยากรณ์ภาษาอังกฤษที่ดีที่สุดที่ช่วยให้คุณเขียนเรียงความหรือบทความคุณภาพสูงได้อย่างง่ายดาย ตัวตรวจจับคำที่สะกดผิดเป็นหนึ่งในฟีเจอร์หลักของแอพพลิเคชันนี้ที่ช่วยป้องกันการใช้คำที่ไม่ถูกต้องในงานเขียนได้อย่างแม่นยำ

ข้อดี :

  • ใช้งานง่าย
  • เชื่อมต่อกับ Chrome เพื่อตรวจสอบไวยากรณ์ระหว่างเขียนได้
  • ใช้งานบนเว็บไซต์

ข้อเสีย :

  • การทำงานบน Chrome ไม่ค่อยสเถียร อาจต้องไปเปิด-ปิดการใช้งานใหม่บ่อยๆ
  • ความแม่นยำต้องปรับปรุงอีกนิด
  • ตรวจประโยคแบบ passive voice ไม่ค่อยได้

GradeProof

จุดเด่น : พิสูจน์อักษรและตรวจไวยากรณ์ด้วยระบบ AI

GradeProof เป็นซอฟท์แวร์ที่ช่วยปรับปรุงคุณภาพของงานเขียนโดยการพิสูจน์อักษร สำหรับข้อผิดพลาดในการสะกดคำ, ไวยากรณ์และการใช้เครื่องหมายวรรคตอน สำหรับการใช้งานแบบฟรีแพคเก็จ จะมีฟังก์ชันการตรวจสอบไวยากรณ์พื้นฐาน ในขณะที่แพคเก็จแบบโปรจะมีฟีเจอร์คุณสมบัติพิเศษหลายอย่าง

ข้อดี :

  • รองรับการใช้งานหลายแพลตฟอร์ม
  • สมัครง่าย
  • ใช้สำนวนคมคายด้วยระบบการทำงานของ AI
  • มีพจนานุกรมที่กำหนดได้เอง และมีการตรวจสอบการลอกเลียนแบบ

ข้อเสีย :

  • โปรแกรมฟรีมีจำกัดมากๆ
  • ลูกค้าสัมพันธ์ติดต่อยาก
  • มีโฆษณาคั่นบ่อยๆ

Slick Write

จุดเด่น : มีการทำสถิติเกี่ยวกับเอกสาร

Slick Write เป็นแอพพลิเคชันช่วยตรวจจับข้อผิดพลาดของไวยากรณ์และความผิดพลาดของสำนวนในงานเขียน ในยุคที่มีการแข่งขันสูง คุณก็สามารถวางใจ Slick Write ให้เขียนงานและเผยแพร่ผลงานในภาษาอังกฤษได้อย่างเรียบร้อยและดูเป็นมืออาชีพ

ข้อดี :

  • ตรวจความผิดพลาดในสำนวนหรือรูปแบบการเขียนได้ดีที่สุด
  • ระบุข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์ได้อย่างรวดเร็ว
  • รวบรวมข้อมูลทางสถิติสำหรับประโยคยาว
  • นับจำนวนคำง่าย
  • ภาพประกอบกราฟฟิกสำหรับปรับปรุงรูปประโยค
  • มีตัวเสริมคำศัพท์

ข้อเสีย :

  • ตรวจการสะกดคำให้ไม่ได้
  • ตรวจแกรมม่าไม่แม่นเท่าไหร่
  • หน้าจอใช้งานยาก

Google Translate

จุดเด่น: เป็นที่รู้จักอยู่แล้วและใช้งานง่ายที่สุด

หลายคนมองว่า Google Translate ใช้แปลภาษาเป็นคำๆ เท่านั้น แต่จริงๆ แล้ว Google Translate สามารถบอกเราได้ว่าไวยากรณ์ที่เราพิมพ์นั้นถูกไหม หากเราพิมพ์ภาษาอังกฤษในช่องคำที่ต้องการแปล แต่พิมพ์แกรมม่าผิด Google Translate จะตั้งคำถามว่า “Did you mean…” พร้อมแนะนำไวยากรณ์ที่ถูกต้องให้เราได้

ข้อดี

  • ฟรีทุกฟังก์ชั่นการใช้งาน
  • สะกดคำได้
  • แนะนำนิยามและวิธีใช้คำ
  • แนะนำตัวอย่างการใช้คำในประโยคต่างๆ ให้ได้
  • เป็นที่รู้จักอยู่แล้ว ผู้ใช้ส่วนใหญ่มีความคุ้นเคยทำให้ไม่ต้องเรียนรู้วิธีใช้แอพ
  • ตรวจแกรมม่าภาษาใดก็ได้

ข้อเสีย

  • การตรวจแกรมม่าของ Google Translate ยังเน้นไปที่การคาดเดาที่มาจากการเก็บข้อมูลแปลภาษาของผู้ใช้งานเจ้าของภาษาทั่วโลก แม้เจ้าของภาษาจะไม่แม่นแกรมม่าก็ตาม ส่งผลให้ความถูกต้องของไวยากรณ์ไม่แน่นอน
  • ไม่สามารถตรวจสอบการคัดลอกข้อความได้
  • ไม่สามารถดัดแปลงประโยคเดิมให้เป็นประโยคใหม่ที่สละสลวยกว่าได้
  • ไม่เหมาะสำหรับนักเขียนมืออาชีพ

จะเห็นได้ว่ามีตัวเลือกให้ใช้หลากหลายมากๆ เลย แต่จะใช้แอพไหนดีล่ะ เรามาดูวิธีเลือกเว็บที่เหมาะกับคุณกันค่ะ

เว็บตรวจแกรมม่าฟรีที่ดีที่สุด

Grammarly เป็นเว็บตรวจแกรมม่าฟรีที่ดีที่สุดในขณะนี้เลยค่ะ เพราะตรวจแม่นที่สุดและมีบริการทั้งแบบฟรีและแบบเสียค่าบริการ ซึ่งรูปแบบฟรีก็เพียงพอแล้วสำหรับนักเรียนนักศึกษาทั่วไป ที่ตรวจได้ทั้งแกรมม่า (ไวยากรณ์), การสะกดคำ และการใช้เครื่องหมายวรรคตอนค่ะ

เว็บตรวจแกรมม่าที่ถูกที่สุด

แนะนำเป็น ProWritingAid ตรวจแกรมม่าได้ดีเกือบเท่าๆ Grammarly แต่ราคาถูกกว่า เหมาะมากสำหรับคนที่เขียนบทสนทนาภาษาอังกฤษ หรือนักเขียนนิยายภาษาอังกฤษ เพราะเว็บนี้จะช่วยตรวจบทสนทนาให้มีความเหมาะสมได้ค่ะ

เว็บตรวจแกรมม่าที่เหมาะกับนักศึกษามากที่สุด

QuillBot เหมาะสำหรับนักศึกษาจะต้องเขียนรายงาน essay หรืองานวิจัยต่างๆ ราคา QuillBot ถูกกว่า Grammarly และเน้นไปที่การแปลงประโยคภาษาอังกฤษเดิม (paraphase) ให้เป็นประโยคใหม่ ซึ่งเหมาะกับการนำมาเขียนรายงานหรือวิทยานิพนธ์มาก เนื่องจากการเขียนรายงานเหล่านี้จะต้องมีการค้นหาข้อมูลในเว็บไซต์ต่างๆ จากนั้นนำมาเขียนใหม่ตามความเข้าใจของนักศึกษา ซึ่ง QuillBot จะช่วยดัดแปลงข้อมูลที่นักศึกษาหามาเป็นประโยคใหม่ได้ ทำให้ประหยัดเวลาเขียนภาษาอังกฤษได้เยอะเลย

เว็บตรวจแกรมม่าที่ดีที่สุดสำหรับนักเขียน?

ซึ่งเว็บที่ดีที่สุดสำหรับนักเขียนและบล็อกเกอร์ทั้งหลายคือ Grammarly ค่ะ

สำหรับนักเขียนให้เลือกเว็บที่ตรวจ plagiarism (อ่านว่า เพล-จิ-ริ-ซึ่ม) ได้ค่ะ คำนี้ แปลว่าการขโมยความคิด หรือการคัดลอกผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตนเอง แอพที่ตรวจ plagiarism ได้ จะตรวจว่าประโยคภาษาอังกฤษที่เราเขียนไปซ้ำกับบทความอื่นๆ ที่มีอยู่แล้วบนอินเตอร์เน็ตหรือเปล่า ฟีเจอร์นี้สำคัญกับนักเขียนหรือบล็อกเกอร์ (Blogger) พอสมควรเลยค่ะ เพราะหากข้อความในบทความของเราไปซ้ำกับข้อความในเว็บไซต์อื่นๆ แบบเป๊ะๆ บทความของเราจะไม่ขึ้นหน้า Google เนื่องจากถูกมองว่าเป็นบทความที่อาจการคัดลอกเนื้อหามา หรือไม่เป็นออริจินัลนั่นเองค่ะ เพราะงั้นบล็อกเกอร์หรือนักเขียนหน้าใหม่ที่อยากหารายได้ผ่านการเขียนบทความภาษาอังกฤษ (ซึ่งปัจจุบันค่าตอบแทนดีมาก บทความละตั้งแต่ 600 – 1,000 บาทขึ้นไปเลยทีเดียว) ฟีเจอร์นี้ไม่จำเป็นสำหรับนักเรียนหรือคนเรียนภาษาอังกฤษที่อยากตรวจแกรมม่าเฉยๆ ค่ะ

Grammarly กับ WhiteSmoke เว็บไหนดีกว่ากัน?

Whitesmoke เหมาะกับนักเรียนหรือนักเขียนทั่วไปที่กำลังมองหาเว็บไซต์ช่วยตรวจแกรมม่าและพิสูจน์อักษรราคาไม่แพง ส่วน Grammarly เหมาะกับนักเขียนมืออาชีพและคนที่ต้องการเป็นนักเขียนฟูลไทม์ เพราะนอกจากจะช่วยตรวจแกรมม่าและพิสูจน์อักษรได้แล้ว ยังสามารถช่วยตั้งเป้าหมายในการเขียนและตรวจประโยคหรือย่อหน้าที่เราเขียนได้ว่าซ้ำกับข้อความที่ปรากฏบนเว็บไซต์อื่นๆ ที่มีอยู่แล้วหรือไม่ (plagiarm)

ในการเรียนภาษาอังกฤษ ไม่ว่าเราจะเรียนในโรงเรียน เรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง หรือเรียนผ่านแอพสอนภาษาอังกฤษ เป็นต้น ทักษะการเขียนนับเป็นทักษะที่ฝึกฝนยากที่สุด ต้องอาศัยเวลาและประสบการณ์ในการอ่านค่อนข้างมาก จึงจะเขียนงานได้ถูกต้องและมีคุณภาพ ดังนั้นผู้เรียนหรือผู้ใช้ภาษาอังกฤษในการทำงานจึงมักมีปัญหาเมื่อจำเป็นต้องเขียนภาษาอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นการทำรายงาน, การเขียนอีเมล์, การส่งจดหมายหรือแม้แต่การส่งข้อความสั้นๆก็ตาม เว็บไซต์หรือแอพพลิเคชันตรวจไวยากรณ์ภาษาอังกฤษจะเป็นตัวช่วยสำคัญในการแนะนำหรือตรวจแก้ไขงานเขียนต่างๆ ได้อย่างดี อีกทั้งยังเป็นทางลัดช่วยให้เราเรียนรู้ไวยากรณ์และพัฒนาทักษะการเขียนภาษาอังกฤษได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

อัพเดทล่าสุด: