15 วิธีแนะนำตัวภาษาญี่ปุ่น แนะนําตัวสัมภาษณ์งาน หรือกับเพื่อนใหม่

เมื่อคุณเรียนภาษาญี่ปุ่นและเริ่มมีเพื่อนคนญี่ปุ่น หรือไปเที่ยวญี่ปุ่นไม่ว่าจะไปเพื่อท่องเที่ยว ไปเรียน หรือทำธุรกิจก็ตาม บ่อยครั้งที่คุณจำเป็นต้องแนะนำตัวเอง การแนะนำตัวเองเป็นสิ่งสำคัญเสมอในการเริ่มต้นความสัมพันธ์ที่ดีกับใครสักคน เช่น เพื่อน เพื่อนร่วมงาน นักเรียน เพื่อนร่วมงาน เพื่อนบ้าน เป็นต้น นอกจากนี้การแนะนำตัวยังสำคัญมากในการสัมภาษณ์งานภาษาญี่ปุ่นอีกด้วย

1. ยินดีที่ได้พบคุณ ภาษาญี่ปุ่น

  • はじめまして。
    (Hajimemashite.)
    ยินดีที่ได้พบคุณ

ก่อนที่จะแนะนำตัวเอง ส่ิงแรกที่ต้องทำเมื่อพบปะกับผู้อื่น คือ การกล่าวคำทักทาย สำนวนดังกล่าวเป็นคำทักทายตามธรรมเนียมปฏิบัติทั่วไปและสามารถใช้ได้ทุกโอกาส แต่ในโอกาสที่เป็นทางการ ยังมีวิธีพูด “ยินดีที่ได้รู้จัก” อีกหนึ่งวิธีที่ใช้พูดเพื่อแสดงความเคารพและสุภาพมากขึ้น

お会いできて光栄です。
(O-ai dekite kōei desu.)
เป็นเกียรติที่ได้พบคุณ

สำนวนนี้สามารถใช้แนะนำตัวเองเป็นภาษาญี่ปุ่นในอีเมล์ได้อีกด้วย

ตัวอย่าง :

はじめまして。私はあきこです。
(Hajimemashite. Watashi wa Akiko desu.)
ยินดีที่ได้พบคุณ ฉันชื่ออากิโกะค่ะ

2. ฉันชื่อว่า… ภาษาญี่ปุ่น

  • 私は…です。
    (Watashi wa…Desu.)
    ฉันคือ…

เป็นสำนวนที่ใช้บ่อยที่สุดในการบอกชื่อของเราเองกับผู้อื่น

(Watashi) = ฉัน
(wa) = เป็น / อยู่ / คือ
です (desu) = เป็นภาคแสดงในภาษาญี่ปุ่นเพื่อบอกเล่าการกระทำ อาการ หรือการมีอยู่ ที่เราเรียกว่า 述語 (Jutsugo) และเป็นวิธีการพูดแบบสุภาพเมื่อใช้คำนี้ต่อท้ายประโยค

  • 私は…と言いいます。
    (Watashi wa… To ii imasu.)
    ฉันถูกเรียกว่า…

สำนวนนี้เป็นอีกวิธีในการบอกชื่อของตัวเองเป็นภาษาญี่ปุ่น ส่วนความหมายตามตัวอักษรของประโยคนี้คือ “ฉันถูกเรียกว่าเป็น…”

いいます (iimasu) = เป็นรูปกริยาที่ผันมาจาก 言う (iu ) ซึ่งแปลว่า “พูด”
(To) = เป็นคำอนุภาคเพื่อแสดงความสัมพันธ์ของคำนามหรือคำสรรพนามกับคำอื่นๆในประโยค ซึ่งในกรณีนี้มีความหมายว่า “ตามที่/ดังที่”

ประโยคดังกล่าวฟังดูค่อนข้างสุภาพ และเพื่อให้ฟังดูสุภาพมากขึ้นไปอีกในโอกาสที่เป็นทางการ เราสามารถใช้คำว่า 申します (mōshimasu) แทนคำว่า いいます (iimasu) ได้ ซึ่งเป็นคำที่แสดงความให้เกียรติผู้ฟังที่เรียกว่า “คำยกย่อง” หรือ Keigo 敬語 มีความหมายว่า “พูด” ในภาษาญี่ปุ่นเช่นกัน

  • 私の名前は…です。
    (Watashi no namae wa…Desu.)
    ชื่อของฉันคือ…

คุณสามารถตอบด้วยประโยคนี้ได้เมื่อถูกถามว่า

おなまえは?
(o namae wa?)
“คุณชื่ออะไร?”

หากคุณมีชื่อเล่นหรือ あだ名 (adana) ซึ่งไม่เหมือนกับชื่อจริง สามารถพูดประโยคนี้ต่อหลังจากการแนะนำตัวด้วยชื่อจริงได้

  • …と呼んでください。
    (…to yonde kudasai.)
    โปรดเรียกฉันว่า…

呼んで (yonde) = เป็นรูปกริยาที่ผันมาจากคำว่า 呼ぶ (yobu) ซึ่งมีความหมายว่า “เรียก”
ください (kudasai) = เป็นภาคแสดงในภาษาญี่ปุ่นที่เราเรียกว่า 述語 (Jutsugo) และเป็นวิธีพูดแบบสุภาพซึ่งในกรณีนี้มีความหมายว่า “โปรด (เรียกฉัน)”

3. ฝากเนื้อฝากตัวด้วยค่ะ (ครับ) ภาษาญี่ปุ่น

  • よろしくお願いします。
    (Yoroshiku onegai shimasu.)
    ฝากเนื้อฝากตัวด้วยค่ะ (ครับ)

หลังจากที่แนะนำตัวเองเสร็จ เราสามารถใช้สำนวนนี้พูดปิดท้ายได้ จริงๆแล้วประโยคนี้มีหลายความหมาย แต่ในกรณีนี้มีความหมายตามตัวอักษรว่า “โปรดดูแลฉันให้ดี” หรือ “กรุณาใจดีกับฉันด้วย” ซึ่งอาจจะฟังดูแปลกสำหรับคนไทย แต่เป็นส่วนสำคัญในการทักทายเป็นภาษาญี่ปุ่นเพื่อแสดงความอ่อนน้อมและความรู้สึกขอบคุณ โดยเฉพาะหากคาดหวังที่จะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับบุคคลนั้น สำหรับภาษาไทยสำนวนนี้จะมีความหมายใกล้เคียงกับคำว่า “ฝากเนื้อฝากตัวด้วยค่ะ (ครับ)” ในสถานการณ์ที่ไม่เป็นทางการ เราอาจจะพูดสั้นๆว่า よろしく (Yoroshiku) ก็ได้

ตัวอย่าง :

今日からここで働きますユミです。よろしくお願いします。
(Kyō kara koko de hatarakimasu Yumi desu. Yoroshiku onegai shimasu.)
ฉันชื่อยูมิและวันนี้ฉันเริ่มมาทำงานที่นี่ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยค่ะ

เมื่อกล่าวทักทายและแนะนำตัวเองเป็นครั้งแรก โดยส่วนมากเราควรจะโค้งคำนับและจับมือตามธรรมเนียมด้วย

4. ฉันอายุ…ปี ภาษาญี่ปุ่น

  • 私は…歳です。
    (Watashi wa …-sai desu.)
    ฉันอายุ…ปี

(sai) คือ “ปี/ขวบ” เราสามารถใช้เลขในภาษาญี่ปุ่นตัวใดก็ได้เพื่อบอกว่าอายุ “xx ปี” ยกเว้นเลขยี่สิบ

“ยี่สิบ” คือ 二十 (ni-jū) เป็นตัวเลขภาษาญี่ปุ่น แต่เราจะอ่านว่า はたち (hatachi) เฉพาะเมื่อพูดถึงอายุเท่านั้น

ตัวอย่าง :

  • 私は今年…歳になります。
    (Watashi wa kotoshi …-sai ni narimasu.)
    ฉันจะอายุครบ….ปีในปีนี้

今年 (kotoshi) คือ “ปีนี้”
(ni) เป็นคำอนุภาคในภาษาญี่ปุ่นซึ่งโดยปกติใช้ระบุจุดหมายปลายทางหรือทิศทาง ในกรณีนี้ใช้เพื่อบ่งบอกผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลง
なります (narimasu) เป็นรูปกริยาที่ผันมาจากคำว่า なる (naru) ที่มีความหมายว่า “กลายเป็น”

ดูเพิ่มเติม สอนนับตัวเลขภาษาญี่ปุ่น ตัวเลขคันจิ พร้อมคำอ่าน ฮิรางานะ โรมันจิ

5. ฉันเกิดในปี… ภาษาญี่ปุ่น

  • 私は…年生まれです。
    (Watashi wa …-nen umare desu.)
    ฉันเกิดในปี…

เป็นประโยคบอกอายุของตัวเองโดยการแจ้งปีที่ตัวเองเกิด และใช้ตอบคำถามว่าเราเกิดเมื่อไหร่ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น การยืนยันอายุตามกฎหมายเวลาไปซื้อบุหรี่หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (สำหรับประเทศญี่ปุ่น อายุที่กฎหมายกำหนดให้ซื้อได้คือ 20 ปีขึ้นไป)

(nen) คือ “ปี”
生まれ (umare) เป็นคำนามแปลว่า “การเกิด”

การบอก “ปี” ในภาษาญี่ปุ่นจะพูดเป็นจำนวนเต็ม

ยกตัวอย่างเช่น ปี “1990” ในภาษาญี่ปุ่นจะอ่านว่า “หนึ่งพันเก้าร้อยเก้าสิบ” หรือภาษาญี่ปุ่นคือ sen kyū-hyaku kyū-jū

ดูเพิ่มเติม วันทั้ง 7 วันในสัปดาห์ภาษาญี่ปุ่น วิธีเรียงวันเดือนปีภาษาญี่ปุ่น เพื่อบอกวันเกิดของคุณเป็นภาษาญี่ปุ่น

6. ฉันมาจาก… ภาษาญี่ปุ่น

  • 私は…出身です。
    (Watashi wa…shusshin desu.)
    ฉันมาจาก…

หากคุณเป็นชาวต่างชาติในประเทศญี่ปุ่น คุณควรจะบอกชื่อประเทศของคุณด้วย คำว่า 出身 (shusshin) เป็นคำนามที่หมายความว่า “มาจาก” หรือ “สถานที่ที่เป็นแหล่งกำเนิด”

  • 私は…人です。
    (Watashi wa …-jin desu.)
     ฉันเป็น…

คุณสามารถบอกสัญชาติหรือเชื้อชาดิของตัวเองแทนการบอกชื่อประเทศที่คุณอยู่ได้ หากตำแหน่งของคำว่า 人 (jin) อยู่ติดกับชื่อประเทศ สำหรับภาษาญี่ปุ่นจะหมายถึง “สัญชาติ”

  • 私は…に住んでいます。
    (Watashi wa…ni sunde imasu.)
    I live in…

เรายังสามารถบอกได้อีกว่าตอนนี้เราพักอาศัยอยู่ที่ไหน คำว่า 住んでいます (Sunde imasu) เป็นรูปกริยาที่ผันมาจากคำว่า 住む (sumu) ซึ่งหมายถึง “ฉันกำลังพักอาศัยอยู่”

ดูเพิ่มเติม ที่อยู่ภาษาญี่ปุ่น วิธีอ่านที่อยู่ และเขียนที่อยู่ไปรษณีย์ภาษาญี่ปุ่น

7. ฉันไปที่มหาวิทยาลัย… ภาษาญี่ปุ่น

  • 私は…大学に通っています。
    (Watashi wa…Daigaku ni kayotte imasu.)
    ฉันไปที่มหาวิทยาลัย… / ฉันเรียนที่มหาวิทยาลัย…

大学 (daigaku) คือ “มหาวิทยาลัย”
通っています (kayotte imasu) เป็นรูปกริยาที่ผันมาจากคำว่า 通う (kayō) ซึ่งหมายถึง “(ฉัน)กำลังไป” เราใช้คำนี้เมื่อเราพูดถึงสถานที่ที่เราไปอย่างต่อเนื่องและซ้ำๆเป็นประจำ

คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียน :
– 大学 (Daigaku) — มหาวิทยาลัย
– 短期大学 (Tanki daigaku) — วิทยาลัยระดับอนุปริญญา
– 専門学校 (Senmon gakkō) — โรงเรียนอาชีวศึกษา / โรงเรียนเทคนิค
– 高校 (Kōkō) — มัธยมศึกษาตอนปลาย
– 中学校 (Chūgakkō) — มัธยมศึกษาตอนต้น
– 小学校 (Shōgakkō) — ประถมศึกษา

ตัวอย่าง :

私はラムカムヘン大学に通っています。
(Watashi wa Ramukamuhen Daigaku ni kayotte imasu.)
ฉันไปที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง / ฉันเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง

8. ฉันกำลังเรียนวิชา… ภาษาญี่ปุ่น

  • 私は…学を学んでいます。
    (Watashi wa …gaku o manande imasu.)
    ฉันกำลังเรียนวิชา…

(gaku) หมายถึง วิชา / สาขาวิชา

คำศัพท์ที่เกี่ยวกับวิชาเรียน :
– 経済 (keizai) — เศรษฐศาสตร์
– 経営 (Keiei) — การจัดการธุรกิจ
– 法律 (Hōritsu) — นิติศาสตร์
– 生物 (Seibutsu) — ชีววิทยา
– 国際関係 (Kokusai kankei) — ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
– 情報技術 (Jōhō gijutsu) — เทคโนโลยีสารสนเทศ
– 金融 (Kinyū) — การเงิน
– 芸術 (Geijutsu) — ศิลปะ
– 心理学 (Shinrigaku) — จิตวิทยา

9. ฉันมีอาชีพเป็น… ภาษาญี่ปุ่น

  • 私は…です。
    (Watashi wa…desu.)
    ฉันเป็น…

ใส่คำศัพท์ที่เกี่ยวกับอาชีพลงในช่องว่าง

คำศัพท์ที่เกี่ยวกับอาชีพ
– 看護師 (Kangoshi) — พยาบาล
– コンピュータープログラマー (Konpyūtā puroguramā) — นักเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์
– 医者 (Isha) — แพทย์
– 先生 (Sensei) — ครูอาจารย์
– 販売員 (Hanbaiin) — พนักงานขาย
– 会計士 (Kaikeishi) — นักบัญชี
– スポーツインストラクター (Supōtsu insutorakutā) — ครูสอนกีฬา
– 美容師 (Biyōshi) — ช่างทำผม

10. ฉันทำงานที่… ภาษาญี่ปุ่น

  • 私は…で働いています。
    (Watashi wa…de hataraite imasu.)
    ฉันทำงานที่…

เป็นอีกหนึ่งสำนวนที่ใช้บอกสถานที่ทำงานของตัวเอง

(de) หมายถึง “ที่”
働いています (hataraite imasu) เป็นรูปกริยาที่ผันมาจากคำว่า 働く (hataraku) มีความหมายว่า “(ฉันกำลัง)ทำงาน”

คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับสถานที่ทำงาน :
– 銀行 (Ginkō) — ธนาคาร
– 会社 (Kaisha) — บริษัท (คำทั่วไป)
– 貿易会社 (Bōekigaisha) — บริษัทจัดจำหน่าย
– 広告会社 (Kōkokugaisha) — บริษัทโฆษณา
– 建築事務所 (Kenchiku jimusho) — สำนักงานสถาปนิก
– アパレル会社 (Aparerugaisha) — บริษัทเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย
– 病院 (Byōin) — โรงพยาบาล
– レストラン (Resutoran) — ร้านอาหาร
– デパート (Depāto) — ห้างสรรพสินค้า

 11. ครอบครัวของฉันมีสมาชิก…คน ภาษาญี่ปุ่น

  • 私は…人家族です。
    (Watashi wa…-nin kazoku desu.)
    ครอบครัวของฉันมีสมาชิก…คน

เป็นเรื่องปกติธรรมดาที่จะแนะนำตัวเองว่าในครอบครัวของเรามีสมาชิกอยู่เท่าไหร่ เติมตัวเลขเพื่อบอกจำนวนสมาชิกลงในช่องว่างได้เลย

(nin) เป็นคำระบุจำนวนคน แปลว่า “คน” ใช้เติมหลังตัวเลขบอกจำนวน
家族 (kazoku) หมายถึง “ครอบครัว”

หรือจะแนะนำตัวว่าเรามีพี่น้องกี่คนก็ได้

ตัวอย่าง:

私は姉と弟がいます。
(Watashi wa ane to otōto ga imasu.)
ฉันมีพี่สาวหนึ่งคนและมีน้องชายหนึ่งคน

(ane) หมายถึง “พี่สาว”
(otōto) หมายถึง “น้องชาย”
います (imasu) เป็นคำสุภาพในภาษาญี่ปุ่น ผันมาจากคำว่า いる (iru) ซึ่งหมายถึง “มี”

12. ฉันมี (สัตว์เลี้ยง) ภาษาญี่ปุ่น

  • 私は…を飼っています。
    (Watashi wa…o katte imasu.)
    ฉันมี (สัตว์เลี้ยง)

(o) เป็นคำชี้กรรมในประโยค
飼っています (katte imasu) เป็นรูปกริยาที่ผันมาจากคำว่า 飼う (kau) หมายถึง “(ฉัน)รักษาและเลี้ยงดู(สัตว์เลี้ยง)”

คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยง :
– 犬 (Inu) — สุนัข
– ハムスター (Hamusutā) — แฮมสเตอร์
– 小鳥 (Kotori) — นกขนาดเล็ก
– ヘビ (Hebi) — งู
– うさぎ (Usagi) — กระต่าย
– ねこ (Neko) — แมว

13. งานอดิเรกของฉันคือ… ภาษาญี่ปุ่น

  • 私の趣味は…です。
    (Watashi no shumi wa…desu.)
    งานอดิเรกของฉันคือ…

เป็นเรื่องที่ดีที่จะแนะนำว่าอะไรที่เราชอบทำในเวลาว่างเพื่อให้ผู้อื่นรู้จักเรามากขึ้น ในประเทศญี่ปุ่นถือเป็นเรื่องธรรมดาที่จะบอกข้อมูลเกี่ยวกับงานอดิเรกของตัวเอง ยกเว้นว่างานอดิเรกนั้นจะเป็นเรื่องที่เป็นส่วนตัวมากเกินไป (เช่น กิจกรรมทางการเมืองหรือศาสนา เป็นต้น)

私の (Watashi no) หมายถึง “ของฉัน”
趣味 (shumi) หมายถึง “งานอดิเรก”

คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับงานอดิเรก :
– 登山 (Tozan) — ปีนเขา
– 映画鑑賞 (Eiga kanshō) — ดูหนัง
– 写真 (Shashin) — ถ่ายรูป
– 旅行 (Ryokō) — ท่องเที่ยว
– マンガ (Manga) — การ์ตูนมังงะ
– スキー (Skī) — สกี
– サーフィン (Sāfin) — เล่นเซิร์ฟ

เราอาจจะแนะนำไปด้วยว่าเราเก่งเรื่องอะไร โดยใช้คำศัพท์ต่างๆที่เหมาะสมเติมลงไปในช่องว่าง

  • 私は…が得意です。
    (Watashi wa…ga tokui desu.)
    ฉันเก่งเรื่อง…

得意 (tokui) เป็นคำนามมีความหมายว่า “เก่ง”

คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับความสามารถในด้านต่างๆ :
– サッカー (sakkā) — ฟุตบอล
– スポーツ (Supōtsu) — กีฬา
– プログラミング (Puroguramingu) —เขียนโปรแกรม
– デザイン (Dezain) — ออกแบบ
– 歌うこと (Utau koto) — ร้องเพลง
– 料理 (Ryōri) — ทำอาหาร
– 楽器の演奏 (Gakki no ensō) — เล่นเครื่องดนตรี
– ゲーム (Gēmu) — เกม

14. อาหารโปรดของฉันคือ… ภาษาญี่ปุ่น

  • 私は…が好きです。
    (Watashi wa…ga suki desu.)
    ฉันชอบ…

อาหารเป็นหัวข้อที่ง่ายต่อการสนทนาเสมอและสามารถขยายความไปยังบทสนทนาอื่นๆได้อีกมาก จากตัวอย่างเราสามารถเติมคำศัพท์ที่เหมาะสมลงในช่องว่างได้เลย

好き (suki) หมายถึง “ชอบ”
(ga) เป็นตัวชี้กรรมในประโยค

คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับอาหาร :
– 日本食 (Nihonshoku) — อาหารญี่ปุ่น
– 中華料理 (Chūka ryōri) — อาหารจีน
– 韓国料理 (Kankoku ryōri) — อาหารเกาหลี
– イタリア料理 (Itaria ryōri) — อาหารอิตาเลียน
– フランス料理 (Furansu ryōri) — อาหารฝรั่งเศส
– メキシコ料理 (Mekishiko ryōri) — อาหารเม็กซิกนะ
– 焼肉 (Yakiniku) — บาร์บีคิวญี่ปุ่น
– カツ丼 (Katsudon) — ข้าวหน้าหมูทอด
– お好み焼き (Okonomiyaki) — แพนเค้กญี่ปุ่น
– 果物 (Kudamono) — ผลไม้
– 甘いもの (Amai mono) — ของหวาน

15. โปรแกรมโซเชียลเน็ตเวิร์กที่ฉันใช้คือ… ภาษาญี่ปุ่น

  • 私は…を使っています。
    (Watashi wa…o tsukatte imasu.)
    ฉันใช้…

เมื่อเราต้องแนะนำตัวในสถานการณ์ที่ไม่เป็นทางการ เช่น เรากำลังทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ เราสามารถบอกโปรแกรมโซเชียลเน็ตเวิร์กที่เราใช้อยู่เพื่อใช้สำหรับติดต่อกับพวกเขาได้

(o) เป็นตัวชี้กรรมในประโยค
使っています (tsukatte imasu) เป็นรูปกริยาที่ผันมาจาก tsukau (使う) ซึ่งหมายถึง “ฉันกำลัง(ใช้)อยู่”

เติมโปรแกรมโซเชียลเน็ตเวิร์กต่างๆเหล่านี้ ลงไปในช่องว่าง เช่น เฟสบุ๊ก, ลิงค์อิน ฯลฯ

– インスタグラム (Insutaguramu) — อินสตาแกรม (Instagram)
– フェイスブック (Feisu bukku) — เฟสบุ๊ก (Facebook)
– リンクトイン (Rinkutoin) — ลิงค์อิน (LinkedIn)
– ライン (Rain) — ไลน์ (Line)

หากเราแนะนำตัวเองกับเพื่อนเป็นภาษาญี่ปุ่นและต้องการให้พวกเขาค้นหาบัญชีรายชื่อของเราและเพิ่มเราเป็นเพื่อน เราสามารถใช้ประโยคต่อไปนี้และเติมชื่อบัญชีของตัวเองลงในช่องว่าง

私のユーザー名は…です。
(Watashi no yūzāmei wa…desu.)
ชื่อผู้ใช้งาน(username)ของฉันคือ…

ユーザー (yūzā) คือคำว่า “user” ที่แปลว่า “ผู้ใช้” ในแบบภาษาญี่ปุ่น
(mei) แปลว่า “ชื่อ”

สิ่งหนึ่งที่ต้องจำเมื่อแนะนำตัวเองเป็นภาษาญี่ปุ่นคือต้องเข้าใจวัฒนธรรมญี่ปุ่นด้วย เช่น วัฒนธรรมการโค้งคำนับแบบญี่ปุ่น ที่เป็นวัฒนธรรมที่คล้ายกับไหว้ในวัฒนธรรมไทย และปกติแล้วเมื่อคนญี่ปุ่นแนะนำตัวเอง จะหลีกเลี่ยงการพูดเกี่ยวกับตัวเอง หรือให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวเองมากเกินไป ดังนั้นคุณควรเรียนวัฒนธรรมญี่ปุ่นควบคู่กับการเรียนภาษาญี่ปุ่นด้วย ซึ่งคุณจะได้ประโยชน์อย่างมากหากคุณได้เรียนภาษาญี่ปุ่นกับครูคนญี่ปุ่น หรือครูคนไทยที่รู้วัฒนธรรมญี่ปุ่น เพื่อช่วยให้คุณสื่อสารภาษาญี่ปุ่นได้เป็นอย่างธรรมชาติมากที่สุด

อัพเดทล่าสุด: