23 คำทักทายภาษาอังกฤษมีอะไรบ้าง ทั้งสุภาพ วัยรุ่น และแบบทางการ

ภาษาอังกฤษมีวิธีทักทายหลายแบบ ใครที่อยากรู้ว่าคำทักทายภาษาอังกฤษเขียนยังไง และมีคำกล่าวทักทายอะไรบ้าง ครูภาษาอังกฤษของเราจะมาสอนวิธีทักทายภาษาอังกฤษทั้ง 23 วิธีให้คุณได้เรียนวิธีทักทายภาษาอังกฤษง่ายๆ จากบทความนี้เลย

คำทักทายภาษาอังกฤษแบบเป็นทางการ

การทักทายอย่างสุภาพนั้นถือว่าเป็นการเริ่มต้นการสนทนาที่ดีในสถาณการณ์เชิงธุรกิจ สิ่งแรกที่ต้องรู้เมื่อเราเรียนภาษาอังกฤษสำหรับทำงาน คือเราควรจะหลีกเลี่ยงการใช้ศัพท์แสลงทั้งหมดในการทักทายอย่างเป็นทางการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับการพบกันครั้งแรกเราต้องสร้างความประทับใจให้กับคู่สนทนาให้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นทักทายผู้สัมภาษณ์งาน, ทักทายหัวหน้างาน, ทักทายลูกค้า เป็นต้น คำทักทายแบบเป็นทางการที่ใช้บ่อย มีดังต่อไปนี้

1. Good morning./Good afternoon./Good Evening.

คำทักทายเหล่านี้ คือการพูด “hello” อย่างสุภาพในภาษาอังกฤษซึ่งจะเปลี่ยนไปขึ้นอยู่กับเวลาของวัน จำไว้เสมอว่า “good night” คือ ราตรีสวัสดิ์ ใช้เมื่อต้องการบอกลา คุณจะใช้คำนี้ในการทักทายตอนกลางคืนไม่ได้ มีกฏการจำคำทักทายชนิดนี้ง่ายๆ ดังนี้

  • Good morning แปลว่า สวัสดีตอนเช้า (ใช้ตั้งแต่ช่วงตื่นนอนจนถึงก่อนเที่ยง)
  • Good Afternoon แปลว่า สวัสดีค่ะตอนกลางวัน (ใช้ตั้งแต่เที่ยงจนถึงประมาณ 4 โมงเย็น)
  • Good Evening แปลว่า สวัสดีค่ะตอนเย็น (ใช้ตั้งแต่ 4 โมงเย็นขึ้นไป)
  • Good night แปลว่า ราตรีสวัสดิ์ (ใช้ในการบอกลาก่อนนอน ไม่ใช้เป็นคำทักทาย)

2. How do you do?

  • How do you do? แปลว่า สวัสดี, สบายดีไหม?

คำถามนี้ถือว่าเป็นการทักทายที่สุภาพมากๆ และถือว่าไม่ใช่ทำทักทายทั่วๆไป มักจะใช้โดยกลุ่มคนที่มีอายุ การตอบกลับที่เหมาะสมคือ “I’m doing well” อาจจะฟังดูแปลกๆ แต่คนบางคนก็ย้อนถามคำถามกลับไปว่า “how do you do?” เป็นการตอบรับการทักทาย

3. Hello, nice to meet you.

  • Hello, nice to meet you. แปลว่า สวัสดี ยินดีที่ได้พบคุณ

การทักทายเมื่อเราเจอคนที่ไม่รู้จัก ประโยคนี้นี้ถูกนำมาใช้กันมากที่สุดสำหรับเริ่มต้นบทสนทนากับคนที่เพิ่งรู้จักกันในโอกาสที่เป็นทางการต่างๆ

4. Hello, nice to see you.

  • Hello, nice to see you (again). แปลว่า สวัสดี ยินดีที่ได้เจอคุณ (อีกครั้ง)

วลีนี้คล้ายกับวลีก่อนหน้า แต่จะใช้สำหรับคู่สนทนาที่รู้จักกันมาบ้างแล้ว แต่ยังไม่ได้รู้จักดีพอที่จะแสดงออกอย่างไม่เป็นทางการ สามารถเปลี่ยน Hello เป็น How do you do? ได้

5. Hello, how have you been?

  • Hello, how have you been? แปลว่า สวัสดี คุณเป็นอย่างไรบ้าง

How have you been? เป็นการถามว่า คุณเป็นอย่างไรบ้าง ในภาษาอังกฤษอย่างสุภาพ คำทักทายนี้แม้จะเป็นการถามความเป็นไปของคุณ แต่ก็สามารถใช้ในการทักทายอย่างเป็นทางการแบบสุภาพได้ โดยผู้ทักอาจจะไม่ได้ต้องการทราบจริงๆ ว่าคุณเป็นอย่างไร มีความสุขดีหรือไม่ เป็นแค่การถามอย่างเป็นมารยาทเท่านั้น คำตอบอาจจะเป็นการตอบสั้นๆ ว่าคุณสบายดี และขอบคุณที่ผู้ทักแสดงความสนใจ เช่น

  • I’m doing good. Thank you. แปลว่า ฉันสบายดี ขอบคุณ (ที่ถาม)
  • I’ve been well. Thanks. แปลว่า ฉันสบายดี ขอบคุณนะ
  • I’m great. Thank you. แปลว่า ฉันสบายดีมาก ขอบคุณ (ที่ถาม)

คุณสามารถถาม How have you been? กลับแบบเป็นมารยาทได้เช่นกัน และพึงระลึกไว้ว่าผู้ตอบก็คงจะตอบกลับวิธีเดียวที่คุณตอบ คือ ฉันสบายดี ขอบคุณที่ถาม

คำทักทายคนแปลกหน้าภาษาอังกฤษ

เมื่อเราทักทายคนแปลกหน้า เราอาจจะต้องมีการแนะนำตัวร่วมด้วย เราสามารถใช้ประโยคเหล่านี้ในการทักทายคนแปลกหน้าได้

6. Hello, my name is…

  • Hello, my name is…(ชื่อ) แปลว่า สวัสดี ชื่อของฉันคือ…

ประโยคนี้สามารถใช้เปิดสนทนากับคนที่เรายังไม่รู้จักดีด้วยการแนะนำตัวเองก่อน อีกทั้งยังใช้สำหรับโอกาสที่เป็นทางการอื่นๆที่เราต้องการแนะนำตัวเองกับคนหลายๆคนพร้อมกัน โดยเน้นไปที่กล่าว “สวัสดี” ก่อน จากนั้นจึงกล่าวแนะนำตัวภาษาอังกฤษ วิธีทักทายพร้อมแนะนำตัวแบบอื่นๆ เช่น

  • Hello, I’m…(ชื่อ)… แปลว่า สวัสดี ฉันชื่อ…
  • Hello, you can call me…(ชื่อ) แปลว่า สวัสดี คุณสามารถเรียกฉันว่า…ได้

ประโยคนี้มีความสุภาพ และเหมาะสอนการใช้ประโยคนี้แก่ผู้เรียนภาษาอังกฤษทุกคน แม้แต่ผู้เรียนภาษาอังกฤษวัยเด็ก ก็สามารถใช้ประโยคนี้ในการทักทายและแนะนำตัวภาษาอังกฤษได้

7. Hi/Hello! What’s your name?

  • Hi/Hello! What’s your name? แปลว่า สวัสดี คุณชื่ออะไร

Hi เป็นคำกล่าวทักทายแบบเป็นกันเอง และเราใช้ประโยค What’s your name? เมื่อเราต้องการทราบชื่อของคู่สนทนา ประโยคนี้ค่อนข้างไม่เป็นทางการ เรามักต้องต่อท้ายประโยคด้วยการบอกชื่อของผู้ทัก หรือบอกชื่อของเราก่อนการถามชื่อก็ได้ ใช้ได้กับสถานการณ์เฉพาะอย่าง ควรระมัดระวังในการใช้ด้วย ตัวอย่างเช่น

  • Hi, what’s your name? I’m Anne. แปลว่า สวัสดี คุณชื่ออะไร ฉันชื่อแอนนะ
  • Hello! I’m Mike. What’s your name? แปลว่า สวัสดี ผมชื่อไมค์ คุณชื่ออะไร

8. Hi! May I talk to you, please?

  • Hi! May I talk to you, please? แปลว่า สวัสดี ขอคุยด้วยสักหน่อยได้ไหม

เป็นประโยคคำถามแบบสุภาพ ใช้เมื่อต้องการกล่าวทักทายและต้องการถามบางสิ่งบางอย่างจากคู่สนทนา คุณสามารถเลือกใช้คำทักทายที่แปลว่า “สวัสดี” แทนคำว่า Hi ได้ เช่น

  • Good morning. May I talk to you, please? แปลว่า สวัสดีตอนเช้า ขอคุยด้วยสักหน่อยได้ไหม
  • How do you do? May I talk to you, please? แปลว่า สวัสดี สบายดีไหม ขอคุณด้วยสักหน่อยได้ไหม

การทักทายเพื่อน/ไม่เป็นทางการภาษาอังกฤษ

การพูดคุยกับเพื่อนหรือมิตรสหายย่อมดูเป็นทางการน้อยกว่าการสนทนาทางธุรกิจหรือการสัมภาษณ์งาน ดังนั้นเราสามารถใช้คำทักทายสบายๆ เป็นกันเองในการเริ่มต้นบทสนทนา ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างคำทักทายเพื่อนๆ ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย

9. What’s up?, What’s new?, What’s going on?, What are you up to?, What have you been up to?

  • What’s up? แปลว่า ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง
  • What’s new? แปลว่า มีอะไรใหม่เกิดขึ้นไหม
  • What’s going on? แปลว่า ช่วงนี้ทำอะไรอยู่
  • What are you up to? แปลว่า คุณกำลังทำอะไรอยู่ตอนนี้
  • What have you been up to? แปลว่า เธอทำอะไรอยู่ช่วงนี้

เป็นสำนวนทักทายภาษาอังกฤษที่ใช้ได้ทั่วไปในหมู่เพื่อนฝูง เป็นการถามสารทุกข์สุขดิบ และใช้ทักทายแบบไม่เป็นทางการเท่านั้น เปรียบได้กับเวลาเราเจอเพื่อน แล้วเราทักเพื่อนว่า “เฮ้ย แก เป็นไงบ้าง” เป็น เราอาจพบว่าบางคนอาจทำให้คำทักทายที่ไม่เป็นทางการนี้สั้นลง และยิ่งไม่เป็นทางการมากขึ้นไปอีก เช่น

  • Sup?
  • Wassup?
  • Whassup?

การใช้สำนวนทักทายเช่นนี้มักใช้กับคนสนิท ยิ่งไม่เป็นทางการมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งสนิทมากเท่านั้น เราจึงควรใช้สำนวนเช่นนี้ให้ถูกที่ถูกเวลา การตอบคำทักทายเช่นนี้มีหลายรูปแบบ โดยอาจจะเป็นการตอบกลับด้วย What’s up? เหมือนกัน หรือตอบกลับด้วยคำตอบตัวอย่างต่อไปนี้

  • Nothing much./ Not a lot. แปลว่า ไม่มีอะไรมาก
  • Nothing แปลว่า ไม่มีอะไรเลย
  • As usual แปลว่า ก็เหมือนเดิมแหละ

หากมีอะไรที่เราต้องการแชร์กับเพื่อน เราสามารถเล่าไปได้เลยว่าเราเป็นอะไร กำลังทำอะไรอยู่ เช่น

Hi, Mike. What’s up?
สวัสดีไมค์ เป็นไงบ้าง

Hi, Tyler! I’m going on a holiday next week!
สวัสดีไทเลอร์ ฉันกำลังจะไปเที่ยววันหยุดสัปดาห์หน้านี้แหละ!

หากคุณถูกถามว่า เป็นไงบ้างในภาษาอังกฤษ แต่ไม่รู้จะตอบยังไง ให้สังเกตุผู้ถาม ว่าผู้ถามนั้นถามเป็นมารยาท หรือถามเพราะต้องการทราบจริงๆ ว่าเราเป็นอย่างไรบ้าง หากถามเป็นมารยาทเท่านั้นก็สามารถตอบแบบข้างต้นได้ แต่ถ้าเป็นการเพราะต้องการทราบจริงๆ ให้กดที่ลิ้งค์ต่อไปนี้เพื่อดูวิธีตอบเป็นไงบ้างภาษาอังกฤษสำหรับสถานการณ์ต่างๆ ในบทความนี้ได้

10. Long time no see!

  • Long time no see! แปลว่า ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ

เป็นคำทักทายสำหรับเพื่อนเก่าหรือคนที่ไม่ได้เจอกันมานานแล้ว อาจจะตามหลังด้วยประโยค “What’s up?” หรือ “What have you been up?” ก็ได้ เพื่อนที่สนิทมักกอดกันเวลาที่ทักทาย โดยเฉพาะเวลาที่พวกเขาไม่ได้เจอกันมาเป็นช่วงระยะเวลาหนึ่ง คุณอาจจะกล่าวคำทักทายนี้ในขณะที่กอดหรือจับมือ ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ของคุณกับคู่สนทนา

คำทักทายอื่นๆ หรือแสลงที่ใช้ทักทายคนที่ไม่ได้เจอกันนานแล้ว เช่น

  • I haven’t seen you in ages. แปลว่า ไม่เจอกันนานมากแล้วนะ
  • It’s been a while. แปลว่า ไม่เจอกันสักพักแล้วนะ

กดที่นี่เพื่อดูคำทักทาย Long time no see แบบอื่นๆ อีก 8 วิธีที่คุณอาจจะสนใจ

11. Hi!, Hey!

  • Hi! แปลว่า สวัสดี, หวัดดี (แสลง) เป็นทางการน้อยกว่าคำว่า Hello
  • Hey! แปลว่า เฮ้, เฮ้ย อาจใช้ในการทักทาย หรือแสดงอารมณ์ตกใจก็ได้

เป็นคำทักทายภาษาอังกฤษที่ง่ายที่สุด สามารถใช้ได้ในทุกสถานการณ์ ใช้กับเพื่อนหรือคนแปลกหน้าก็ได้ จำไว้ว่า “Hey” เป็นคำทักทายที่ค่อนข้างเป็นกันเองมากกว่า “Hi” ดังนั้นควรนำไปใช้พูดคุยกับเพื่อนสนิทมากกว่า คำแสลงที่ใช้ในการทักทายอื่นๆ ที่น่าสนใจเมื่อคุณเรียนพูดภาษาอังกฤษ เช่น

  • Howdy! — เป็นตัวย่อของคำถาม “how do you do?” นั้นเป็นที่รู้จักกันทั่วไปในแคนาดาบางส่วนและสหรัฐอเมริกา
  • G’day mate! — เป็นคำทักทายอย่างเป็นกันเองของชาวออสเตรเลียซึ่งย่อมาจาก “good day” จำไว้ว่าการทักทายของคนออสเตรเลียมักจะใช้คำว่า “ya” แทนคำว่า “you” ซึ่ง “how are ya?” ซึ่งจะมีความหมายเดียวกับ “how are you?” และ “how are ya going?” ก็จะหมายถึง “how’s it going?” หรือ “how are you doing?”
  • Hiya! — ย่อมาจาก “how are you?” ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในบางพื้นที่ของประเทศอังกฤษ อย่างไรก็ตาม คุณไม่จำเป็นต้องตอบกลับคำถามนี้ คุณอาจจะพูดเพียง “hey!” กลับไปก็ได้
  • Yo! — เป็นคำทักทายที่ไม่เป็นทางการ มักใช้ในประเทศอเมริกา มีจุดเริ่มต้นจากกลุ่มฮิบฮอปสมัย 1990 และนำมาใช้กันเล่นๆจนถึงปัจจุบัน

12. What’s good?, What it do?

  • What’s good?, What it do? แปลว่า เป็นไงบ้าง

แปลเป็นภาษาไทยได้ง่ายๆ ว่า “ว่าไง” ใช้สำหรับการทักทายเพื่อนฝูงและถามถึงและอัพเดทข่าวคราวซึ่งกันและกัน ไม่ควรนำไปทักทายกับคนผู้ใหญ่ที่อายุมากกว่าเรา

13. How you doin’?

เป็นประโยคเด็ดของโจอี้จากซีรีย์ “Friends“ อันโด่งดังมากว่าสิบปี ใช้เพื่อเปิดบทสนทนากับเพื่อนสนิท หรือใช้ทักคนหนุ่มสาวที่เราสนใจ อยากจะจีบก็ได้ แต่จำไว้ว่าประโยคนี้เป็นประโยคที่ไม่เป็นทางการมาก และมักสื่อถึงความสนใจเชิงชู้สาวแบบกลายๆ ตัวอย่างเช่น

Hi, Annie. How you doin’?
สวัสดีแอนนี่ เป็นไงบ้างครับ

14. Are you OK? You alright?, Alright mate?

  • Are you OK? แปลว่า คุณโอเคดีหรือเปล่า
  • You alright? แปลว่า คุณสบายดีใช่ไหม
  • Alright mate? แปลว่า สบายดีหรือเปล่าคุณ

เป็นการทักทายกันเองที่ใช้แทนได้ทั้ง “hello” และ “how are you” เป็นที่นิยมในประเทศอังกฤษ คุณสามารถตอบกลับได้ว่า “yeah, fine” หรือ ง่ายๆ “alright”

15. Lovely to meet you.

  • Lovely to meet you. แปลว่า ยินดีที่ได้พบคุณ

เหมือนกับการบอกว่า “Nice to meet you.” ซึ่งเป็นการพูดสไตล์อเมริกัน ส่วน Lovely to meet you. เป็นการพูดสไตล์อังกฤษ ถือว่าเป็นการทักทายที่สุภาพเหมาะสม คุณสามารถใช้คำทักทายนี้กับคนที่เจอกันครั้งแรกจะทำให้คุณดูเป็นคนสุภาพอัธยาศัยดี จำไว้ว่าจะใช้คำทักทายนี้ก็มักเมื่อเจอกันครั้งแรกเท่านั้น เมื่อเจอกันครั้งต่อไป เพื่อแสดงให้เห็นว่าคุณจำเขาหรือเธอได้ คุณสามารถพูดว่า “Lovely to see you again.”

16. What’s up, buttercup?

  • What’s up, buttercup? แปลว่า เป็นไงบ้าง สาวน้อย

Buttercup เป็นชื่อดอกไม้ดอกเล็กๆ สีเหลือง แสดงถึงความอ่อนโยน นุ่มนวล ในประเทศอังกฤษมักใช้คำนี้เรียกแฟนหรือผู้หญิงน่ารักอ่อนโยน อาจแปลว่า “ที่รัก” ในภาษาอังกฤษได้ ข้อควรระวังเมื่อใช้คำนี้ คือคำนี้สามารถนำไปใช้ดูถูกคนได้เช่นกัน เราจึงต้องคอยสังเกตุสถานการณ์และน้ำเสียงของผู้พูด เช่น

Suck it up, buttercup!
ทนไว้ อย่ามาบ่น อ่อนไหวเหลือเกินนะเธอน่ะ

17. Oi!

  • Oi! แปลว่า เอ่ย, โอ่ย เป็นการทำเสียงเรียก คล้ายการเรียก “เฮ้” หรือ “เฮ้ย”

เป็นวลีทักทายตามแบบฉบับของชาวออสเตรเลียน เราจะได้ยินคนท้องถิ่นทักทายกันในลักษณะนี้ เป็นคำทักทายที่ไม่เป็นทางการ และใช้สำหรับเปิดสนทนาทั่วไป

18. How’s this weather?

  • How’s this weather? แปลว่า อากาศเป็นไงบ้าง

เป็นคำทักทายที่นิยมใช้ในประเทศออสเตรเลีย โดยปกติจะใช้กับสถานการณ์ที่ต้องการเปิดบทสนทนากับคนแปลกหน้า

19. How’s she cuttin’?

  • How’s she/he cuttin’? แปลว่า เธอเป็นไงบ้าง, เขาเป็นไงบ้าง

เป็นการกล่าวทักทายโดยทั่วไปที่ใช้กันในแถบไอร์แลนด์เหนือ ใช้ถามถึงเพื่อน หรือคนที่เรารู้จัก

How’s he cuttin’? Is he coming to the meeting today?
เขาเป็นไงบ้าง เขาจะมาประชุมวันนี้ไหม

20. How’re yer doin’, pet?

  • How’re yer doin’, pet? แปลว่า คุณเป็นยังไงบ้าง

ถ้าคุณได้เดินทางไปเที่ยวสก็อตแลนด์ คุณจะได้ยินประโยคนี้จากคนท้องถิ่น ซึ่งเป็นทั้งคำทักทายและถามไถ่ความเป็นอยู่ด้วย

How’re yer doin’, pet? You look a bit peaky.
เป็นไงเพื่อน เธอดูซึมๆไปนะ

คำทักทายอย่างเป็นทางการสำหรับการเขียนจดหมายหรืออีเมล์

นอกจากการสื่อสารแบบเจอตัวแล้ว ยังมีบทสนทนาที่เราไม่เห็นหน้ากันเช่นการเขียนภาษาอังกฤษในจดหมายหรืออีเมล์ ซึ่งคำทักทายที่เหมาะสมสำหรับในสถานการณ์นี้มีหลายแบบดังต่อไปนี้

21. Dear Sir/Mam. 

สามารถใช้คำทักทายแบบนี้เป็นมาตรฐานในการเขียนจมหมายหรืออีเมล์ไปยังคนที่เราไม่รู้จัก เป็นคำที่ค่อนข้างเป็นทางการและสุภาพมากๆ สามารถสร้างความประทับใจให้แก่ผู้รับได้อย่างดีเยี่ยม

Dear Sir. I’m writing to you regarding the advertisement you’ve posted on your website. 
กราบเรียนท่านท่ีเคารพ กระผมเขียนจดหมายฉบับนี้เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับโฆษณาที่ท่านโพสบนเว็บไซต์

22. To whom it may concern. 

เป็นอีกหนึ่งการทักทายที่เป็นกิจลักษณะมากที่สุด สำหรับจดหมายที่เป็นทางการ โดยปกติจะใช้เมื่อเราไม่ทราบว่าแน่นอนว่าบุคคลที่เราเขียนจดหมายหรืออีเมล์ถึงนั้นคือใคร

To whom it may concern, please accept this resignation letter. 
ถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง โปรดรับทราบเกี่ยวกับจดหมายลาออกนี้

23. Dear Mr./Ms./Mrs./Miss

ถ้อยคำที่ใช้เป็นคำเริ่มต้นการเขียนจดหมาย และใช้เมื่อทราบแน่ชัดว่าจดหมายนั้นต้องการเขียนถึงใคร เราใช้คำนำหน้านี้และตามด้วยชื่อผู้รับ หรือตามด้วยนามสกุลหากเราต้องการแสดงความเป็นทางการให้มากขึ้น

Dear Miss Sarah. Have you had a chance to read my last email?
เรียนคุณซาร่าห์ ไม่ทราบว่าคุณได้มีโอกาสอ่านอีเมล์ฉบับสุดท้ายของดิฉันบ้างหรือยัง

เราหวังว่าคุณจะสนุกกับการลองใช้คำทักทายต่างๆเหล่านี้กับเพื่อนต่างชาติของคุณ แล้วคุณจะเห็นว่าการทักทายผู้คนด้วยคำทักทายที่หลากหลายจะช่วยให้คุณใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น และอาจจะทำให้การเรียนภาษาอังกฤษสนุกและน่าสนใจมากยิ่งขึ้นสำหรับคุณ

อัพเดทล่าสุด: