วันทั้ง 7 วันภาษาอังกฤษ วันภาษาอังกฤษย่อเขียนและอ่านยังไง

คอร์สเรียนภาษาอังกฤษพื้นฐานประกอบด้วยหัวข้อง่ายๆ หลายหัวข้อ ไม่ว่าจะเป็นการอ่านตัวอักษรภาษาอังกฤษซึ่งเป็นสิ่งแรกที่เราจะได้เห็นว่าภาษาอังกฤษมีหน้าตาอย่างไร การกล่าวสวัสดีภาษาอังกฤษเพื่อใช้ทักทาย วิธีนับเลขภาษาอังกฤษ การแสดงความขอบคุณภาษาอังกฤษ และการตอบสบายดีภาษาอังกฤษ การบอกวันเวลาภาษาอังกฤษก็เป็นเรื่องต่อมาที่เราจะได้เรียนในคอร์สภาษาอังกฤษเช่นนี้นี้

วันและตัวย่อวันภาษาอังกฤษ

เราจะพบว่าวันในภาษาอังกฤษมีการเขียนตัวย่อแบบภาษาไทย ที่ย่อวันจันทร์ เป็น จ. เพื่อความรวบรัด อ่านง่าย และรักษาพื้นที่ในการเขียน

วันวันภาษาอังกฤษตัวย่อวิธีอ่าน
วันจันทร์MondayMon.มันเดย์
วันอังคารTuesdayTue.ทิวสเดย์
วันพุธWednesdayWed.เว็นสเดย์
วันพฤหัสบดีThursdayThu.เธอสเดย์
วันศุกร์FridayFri.ฟรายเดย์
วันเสาร์SaturdaySat.แซทเทอร์เดย์
วันอาทิตย์SundaySun.ซันเดย์

คำที่เกี่ยวข้องกับวันภาษาอังกฤษ

คำเกี่ยวกับวันภาษาไทยคำภาษาอังกฤษวิธีอ่าน
วันนี้todayทะเดย์
เมื่อวานนี้yesterdayเยสเทอะเดย์
พรุ่งนี้tomorrowทูมอโรว์
เมื่อวานซืนthe day before yesterdayเดอะ เดย์ บิฟอร์ เยสเทอะเดย์
วันมะรืนthe day after tomorrowเดอะ เดย์ อาฟเตอร์ ทูมอโรว์

ที่มาของวัน 7 วันในภาษาอังกฤษ

กลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักจะมีวิธีนับวันแบบ “หนึ่งสัปดาห์มีเจ็ดวัน” ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากปฏิทินของชาวยิวและชาวบาบิโลน คำภาษาอังกฤษ ”Weeks“ แปลว่า ”สัปดาห์” ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน คือ

  • “วันธรรมดา” เรียกว่า weekday
  • “วันหยุดสุดสัปดาห์” เรียกว่า weekend

ในวันธรรมดาผู้คนส่วนใหญ่ มักไปออกไปทำงาน และในวันหยุดสุดสัปดาห์ ซึ่งก็คือ วันเสาร์-อาทิตย์ ก็เป็นวันหยุดพักผ่อนของคนทั่วไป

ยังมีคนส่วนใหญ่(ที่ไม่ใช่เจ้าของภาษา) มักจะสับสนกับคำว่า “Days of the weeks“ ที่หมายถึง ”วันในสัปดาห์” กับคำว่า ”weekdays” ที่แปลว่า ”วันธรรมดา” และบางครั้งคุณอาจจะเคยได้ยินคนพูดว่า “During the week“ ที่แปลว่า “วันที่อยู่ระหว่างสัปดาห์” ซึ่งก็หมายถึง ”วันธรรมดา” เช่นกัน

วันแรกของสัปดาห์คือวันอะไร?

แต่ไหนแต่ไรมานั้น วันอาทิตย์จะถือเป็นวันแรกของสัปดาห์ในภาษาอังกฤษ อย่างไรก็ตามหลายๆคนก็ยังนับวันจันทร์เป็นวันแรกของสัปดาห์เช่นกัน เนื่องจากวันจันทร์เป็นวันเริ่มต้นสัปดาห์ของการทำงาน นอกจากนี้วันแรกของสัปดาห์ยังจะแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศด้วย ยกตัวอย่างเช่น สหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกาเริ่มต้นสัปดาห์ด้วยวันจันทร์ ในขณะที่ประเทศอิสราเอลจะเริ่มต้นด้วยวันอาทิตย์ เป็นต้น

วิธีจำวันในสัปดาห์ภาษาอังกฤษ

วิธีที่ดีที่สุดในการจำวันต่างๆในภาษาอังกฤษ คือ ต้องเชื่อมโยงกับที่มาของชื่อนั้นๆด้วย โดยที่มาของชื่อวันในภาษาอังกฤษนั้นมีต้นกำเนิดมาจากตำนานของชาวกรีก ชาวนอร์สและชาวแองโกลแซกซอน

วันจันทร์ ภาษาอังกฤษ – Monday

ที่มา : วันจันทร์ตั้งชื่อตามดวงจันทร์ (moon) เช่นเดียวกันกับภาษาโรมานซ์ (lundi, Lunes ก็มีความหมายว่าพระจันทร์หรือวันจันทร์เช่นกัน) คำว่า Mon- (Monday) ออกเสียงคล้ายกับคำว่า Moon (พระจันทร์) ทำให้จำง่าย

รู้หรือไม่ : คุณอาจจะเคยได้ยินสำนวนภาษาอังกฤษว่า “a case of the Mondays” ซึ่งมาจากภาพยนตร์เรื่อง “Office Space“ ที่ออกฉายในปี 1999 สำนวนนี้มีสื่อความหมายถึง อารมณ์ที่ขุ่นมัวซึ่งเกิดขึ้นในวันเริ่มต้นสัปดาห์ของการทำงาน ซึ่งไม่ควรจะเกิดขึ้นในวันแรกของการทำงานสักเท่าไหร่

วันอังคาร ภาษาอังกฤษ – Tuesday

ที่มา : วันอังคารตั้งตามชื่อ ”เทพเจ้าทิว” (Tiu) หรือในภาษาแองโกลแซกซอน จะเรียกว่า ไทร์หรือเทียร์ (Tyr) ผู้เป็นเทพเจ้าแห่งสงครามในตำนานของชาวนอร์สที่อาศัยอยู่ในแถบยุโรปทางตอนเหนือ เทพเจ้าไทร์เป็นบุตรชายคนโตของเทพโอดินน์และยังเป็นที่รู้จักกันดีในนามของเทพเจ้ามาร์ส (Mars) ในตำนานของชาวโรมัน ที่แปลว่าดาวอังคารอีกด้วย

รู้หรือไม่ : คำว่าวันอังคารหรือ ”Tuesday“ ในภาษาอังกฤษ ออกเสียงได้หลายแบบตามถิ่นที่อยู่ บ้างก็ออกเสียงว่า ”ทูสเดย์” บ้างก็ว่า “ทยูซดี”

วันพุธ ภาษาอังกฤษ – Wednesday

ที่มา : วันพุธตั้งตามชื่อของเทพเจ้า “โอดินน์” (Odin) หรือรู้จักกันในนามว่า โวเด็นหรือโวทัน (Woden/Wotan) เป็นเทพเจ้าแห่งนักรบที่มีหอกเป็นอาวุธคู่ใจ และยังเป็นเทพเจ้าแห่งภูมิปัญญาเพราะยอมควักดวงตาตนเองเพื่อแลกกับความรู้ที่ใช้ในการปกครองผู้อื่นอีกด้วย

รู้หรือไม่ : วันพุธ ยังมีชื่อเรียกกันเล่นๆว่า ”Hump day“ hump ในภาษาอังกฤษคือ เนินหรือหลังเต่าสำหรับชะลอความเร็วรถ ที่เรียกแบบนี้ก็เพราะว่า วันพุธเป็นวันที่อยู่กลางสัปดาห์ของการทำงาน จึงเป็นการเปรียบเปรยว่ากว่าจะข้ามวันพุธมาได้มันยากเย็นเหลือเกิน เหมือนเรากำลังข้ามยอดเขาอยู่ เมื่อคุณได้มาอยู่ที่ยอดเขา เวลาต่อจากนี้ก็เป็นทางลงเขาแล้วซึ่งหมายถึงว่าวันที่เหลือก็คงไม่ยากเกินไปแล้วล่ะ

วันพฤหัสบดี ภาษาอังกฤษ – Thursday

ที่มา : วันพฤหัสบดีหรือ Thursday มีต้นกำเนิดมาจากคำว่า Thor’s day ซึ่งเทพเจ้าธอร์ส (Thors) คือเทพเจ้าแห่งสายฟ้า เป็นบุตรชายของเทพเจ้าโอดินน์ มีอาวุธประจำกายคือค้อนโยเนียร์ที่ใช้ในการต่อสู้

รู้หรือไม่ : “Throwback Thursday“ หรือพฤหัสรำลึก เป็นเทรนด์ในโซเชียลมีเดีย ที่ชวนคนให้มาโพสภาพเก่าๆของตัวเองในวันพฤหัสบดี บางครั้งเราจะเห็นผับบาร์หรือร้านอาหารจะมีโปรโมชั่นหรือเครื่องดื่มพิเศษประจำสัปดาห์ในวันพฤหัสบดี ที่เรียกกันว่า “Thirsty Thursdays“ (พฤหัสแห่งความหิวกระหาย) เพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสใกล้วันหยุดสุดสัปดาห์ด้วย

วันศุกร์ ภาษาอังกฤษ – Friday

ที่มา : วันศุกร์ตั้งชื่อตามเทพธิดาฟริกก์ (Frigg) ผู้เป็นภริยาของเทพเจ้าโอดินน์ เทพธิดาฟริกก์เป็นตัวแทนของความงาม ความรักและปฐพีในตำนานแห่งนอร์ส ยังมีพระนามอีกอย่างว่า วีนัส (Venus)

รู้หรือไม่ : วันศุกร์ 13 หรือวันศุกร์ที่ตรงกับวันที่ 13 ของเดือน ถือกันว่าเป็นวันแห่งความโชคร้าย คุณได้ผ่านสัปดาห์ที่ยาวนานมาแล้ว หวังว่าคุณจะไม่เจอโชคร้ายอีกต่อไป!

วันเสาร์ ภาษาอังกฤษ – Saturday

ที่มา : วันเสาร์ตั้งชื่อตาม ”ดาวเสาร์” (Saturn) ที่เป็นพระนามของเทพเจ้าโรมันและชื่อของดาวเคราะห์ที่มีวงแหวน

รู้หรือไม่ : วันเสาร์ถูกมองว่าเป็นวันที่เจ็ดของสัปดาห์ มีต้นกำเนิดมาจากวันสะบาโตหรือวันประกอบพิธีทางศาสนาและวันพักผ่อนของชาวยิว วันเสาร์จึงถือเป็นวันสุดท้ายและยังเป็นวันแห่งการพักผ่อนของสัปดาห์อีกด้วย ลองคิดดูว่าคุณสามารถก้าวผ่านทั้งสัปดาห์มาแล้ว ดังนั้นก็อย่าลืมปรนเปรอความสุขให้กับตัวเองในวันเสาร์ด้วยนะ

วันอาทิตย์ ภาษาอังกฤษ – Sunday

ที่มา : วันอาทิตย์ตั้งชื่อตาม “ดวงอาทิตย์” (Sun)

รู้หรือไม่ : วันอาทิตย์เป็นวันพักผ่อนและวันแห่งพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ของชาวคริสเตียน โดยจักรพรรดิคอนสแตนตินที่หนึ่งแห่งจักรวรรดิโรมันได้กำหนดให้วันอาทิตย์เป็นวันแรกของสัปดาห์ตั้งแต่ปีคริสตศักราช 321 ด้วย แม้กระทั่งปัจจุบันนี้ร้านอาหารและธุรกิจประเภทอื่นๆก็ยังคงปิดวันอาทิตย์กันอยู่

ไม่ใช่แค่วันในภาษาอังกฤษเท่านั้นที่สามารถเชื่อมความหมายกับชื่อดวงดาว, เทพเจ้า หรือที่มาของคำได้ วันในภาษาญี่ปุ่นเองก็มีความหมายคล้ายกัน แต่วันในภาษาจีนซึ่งเป็นภาษาที่มีความใกล้เคียงกับภาษาญี่ปุ่นกลับมีการใช้ตัวเลขภาษาจีนในการเรียกคำ 7 วันในสัปดาห์แทน

วิธีใช้วันในภาษาอังกฤษที่ควรรู้

ในหลายภาษาจะมีโครงสร้างของคำถามว่า “what day are we” หมายถึง เราอยู่ในวันอะไร แต่ภาษาอังกฤษจะถามว่า

What day is it?
(ว้อท เดย์ อิส อิท)
นี่คือวันอะไร

What day is today?
(ว้อท เดย์ อิส ทูเดย์)
วันนี้คือวันอะไร

ประโยคแรก แปลตรงตัวว่า มันคือวันอะไร เป็นการถาม “วันนี้คือวันอะไร” ในภาษาอังกฤษ ส่วนเวลาตอบเราก็จะตอบว่า

It’s…
(อิทส์…)
มันคือวัน…

Today is…
(ทูเดย์ อิส…)
วันนี้คือ…

ตัวอย่างเช่น

  • “It’s Monday”
    (อิทส์ มันเดย์)
    มันคือวันจันทร์
  • “Today is Monday”
    (ทูเดย์ อิส มันเดย์)
    วันนี้คือวันจันทร์

ต่อไปนี้เป็นเทคนิคที่จะช่วยคุณใช้คำศัพท์เกี่ยวกับวันในสัปดาห์เป็นภาษาอังกฤษได้อย่างถูกต้อง

  1. ต้องขึ้นต้นด้วยตัวพิมพ์ใหญ่เสมอ
    วันในสัปดาห์เป็นคำนามชี้เฉพาะ จึงต้องสะกดตัวแรกด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ภาษาอังกฤษเสมอ ยกตัวอย่างเช่น ต้องเขียนว่า “Saturday” ไม่ใช่ “saturday”
  2. ไม่ค่อยใช้คำนำหน้า
    ในขณะที่บางภาษาจะมีคำนำหน้า แต่สำหรับภาษาอังกฤษเราไม่ค่อยใช้คำนำหน้าวันในสัปดาห์ แต่ก็มีข้อยกเว้นอยู่บ้าง เราจะใช้คำว่า “the” นำหน้าหากเราต้องการระบุวันอย่างจำเพาะเจาะจง เช่น “the Monday before last” วันจันทร์ก่อนจันทร์สุดท้ายของเดือน หรือ ใช้คำนำหน้า “a” สำหรับพูดถึงวันใดวันหนึ่ง เช่น “a Monday in August” หมายถึง วันจันทร์ไหนก็ได้ในเดือนสิงหาคม
  3. การใช้คำชี้เฉพาะกับวัน
    ลองเรียนรู้และทำความเข้าใจความหมายของประโยคที่น่าสนใจเกี่ยวกับวันในสัปดาห์ บางประโยคควรทำความเข้าใจก่อนนำไปใช้เพื่อป้องกันความสับสน ยกตัวอย่างเช่น
  • This Tuesday
    หมายถึง วันอังคารที่กำลังจะมาถึงนี้
  • Last Tuesday
    หมายถึง วันอังคารที่เพิ่งผ่านมา
  • On Tuesday
    หมายถึง วันอังคารที่เพิ่งผ่านมา หรือวันอังคารที่กำลังจะถึงก็ได้ ต้องพิจารณาจากบริบทหรือประโยคแวดล้อมด้วย
  • On Tuesdays
    เติม “s” เข้าไปกลายเป็นพหูพจน์ ความหมายจึงเปลี่ยนเป็น “ทุกวันอังคาร” ไม่ใช่วันอังคารใดวันอังคารหนึ่ง

ตัวอย่าง

On Tuesdays, I make my weekly trip to the library.
ออน ทูซเดย์ส, ไอ เมค มาย วีคลี่ ทริป ทู เดอะ ไลเบรอะลี่
ทุกวันอังคาร ฉันจะไปห้องสมุด
(เราสามารถใช้คำว่า “each Tuesday” หรือ “every Tuesday” แทนก็ได้ให้ความหมายไม่แตกต่างกัน)

มีข้อสังเกตอย่างหนึ่งที่หลายครั้งเจ้าของภาษาก็ยังเข้าใจผิดกันอยู่ คือ การเติม Apostrophe หรือเครื่องหมายลูกน้ำ ลงไปเพื่อทำให้เป็นพหูพจน์ ซึ่งจริงๆแล้วไม่ถูกต้อง การเขียนที่ถูกต้องจะต้องไม่ใส่เครื่องหมายลูกน้ำ เช่น เขียนว่า Wednesday’s นั้นผิด จะต้องเขียนว่า Wednesday จึงจะถูกต้อง

ไม่ว่าจะเรียนภาษาอะไรก็ตาม คำศัพท์เกี่ยวกับวันในสัปดาห์มักอยู่เป็นบทเรียนแรกๆเสมอ ไม่ใช่แค่ท่องจำคำศัพท์ได้เท่านั้น แต่เราต้องเรียนรู้วิธีการใช้และจดจำข้อยกเว้น รวมถึงคำศัพท์พิเศษต่างๆที่มักทำให้ผู้เรียนหรือแม้แต่เจ้าของภาษาเองเกิดความเข้าใจผิดไว้ด้วย และควรนำไปฝึกใช้กับสถานการณ์จริงในชีวิตประจำวันอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความมั่นใจและพูดภาษาอังกฤษได้อย่างเป็นธรรมชาติมากที่สุด

อัพเดทล่าสุด: