10 คำเรียกแฟนภาษาอังกฤษ แฟนภาษาอังกฤษเขียนยังไง

แฟน ภาษาอังกฤษมี 2 คำ หากเป็นแฟนผู้หญิง ภาษาอังจะเรียกว่า

Girlfriend
(เกิร์ลเฟรนด์)
แฟน (ผู้หญิง)

ส่วนแฟนที่เป็นผู้ชาย ในภาษาอังกฤษจะใช้คำว่า

Boyfriend
(บอยเฟรนด์)
แฟน (ผู้ชาย)

คำเรียกแฟนเช่นนี้ใช้ในการกล่าวถึงแฟนของเราในสถานการณ์ต่างๆ เช่น การกล่าวถึงแฟนในวงสนทนากับบุคคลอื่น การระบุว่าสถานะของแฟนให้คนรู้จักทราบ หรือการแนะนำแฟนของเราต่อคนอื่น

ในภาษาอังกฤษยังมีคำเรียกแฟนในใช้เพื่อแสดงความสเน่หาอีกด้วย ในภาษาอังกฤษบริติชมักเรียกว่าที่รักภาษาอังกฤษ หรือใช้คำเรียกเป็นชื่อขนมหวาน หรือสัตว์ตัวน่ารักในภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน เช่น darling, love (ที่รัก) sweetheart (หวานใจ) หรือ Honey (ที่รัก) เป็นต้น ซึ่งเหมาะที่จะใช้เรียกกันเองเป็นการส่วนตัวระหว่างกันมากกว่า ไม่เหมาะที่จะนำมาใช้แนะนำตัวให้คนรู้จักเท่าไหร่นัก

มาดูวิธีเรียกแฟนเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อใช้ในการแนะนำตัว กล่าวถึงแฟนในสถานการณ์ต่างๆ กันได้เลย ไม่ว่าแฟนของคุณจะเป็นเพศไหน อายุเท่าไหร่ ก็หาคำเรียกที่เหมาะสมได้แน่นอน

1. Boyfriend/Girlfriend (บอยเฟรนด์/เกิร์ลเฟรนด์)

คำว่า Boyfriend แปลว่า แฟนหนุ่ม ส่วนคำว่า Girlfriend แปลว่า แฟนสาว แม้เราจะใช้คำว่า “boyfriend” และ “girlfriend” สำหรับเรียกแฟนหรือคนรักกันมาเนิ่นนาน แต่เราก็มีเหตุผลที่บางครั้งต้องเลือกใช้คำอื่นๆแทน เช่นหากแฟนของเราอายุมากแล้ว เช่น 30 ปีขึ้นไป การใช้คำว่า boyfriend ที่แปลว่า “แฟนหนุ่ม” คงฟังดูแปลกสักหน่อย และในบางช่วงอายุก็อาจจะฟังดูค่อยเหมาะเท่าไรนักอีกด้วย เพราะคำว่า boyfriend และ girlfriend โดยมากมักจะใช้เรียกแฟนที่เพิ่งคบกันหรือคู่รักที่อายุไม่มาก

2. Spouse (สเปาซ์)

คำว่า “Spouse” ใช้เรียกแฟนของเราได้ในกรณีที่แต่งกันแล้วเท่านั้น ปัจจุบันคำนี้กลายเป็นที่นิยมมากขึ้นกว่าคำว่า “Husband” และ “Wife“ อย่างชัดเจนเพราะสามารถใช้ได้กับหลากหลายเพศ หรือเรียกว่าใช้ได้ในทุกเพศสภาพก็ได้ แม้แต่บางคู่หรือบางคนที่อาจจะมีความสัมพันธ์ที่ไม่ต้องการระบุสถานะทางเพศก็สามารถใช้ได้เช่นกัน

3. Partner (พาร์ทเนอะ)

คำว่า “Partner” ถูกนำมาใช้เรียกแฟนกันเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก เนื่องจากเป็นคำสำหรับเรียกแฟนที่ไม่ได้ระบุเพศสภาพอย่างเฉพาะเจาะจง สามารถใช้ได้ทั้งในกลุ่มรักต่างเพศหรือเพศเดียวกัน และเป็นคำที่ถูกยอมรับกันมากขึ้นกว่าคำอื่นๆ เพราะความหมายของคำๆนี้ยังแสดงถึงการลงทุนลงแรงในความสัมพันธ์และความหวังที่มีร่วมกันในอนาคตเปรียบเสมือนหุ้นส่วนทางธุรกิจ

4. Boo (บู)

ในบางบริบทคำว่า “boo” ก็ใช้เรียกแฟนได้เหมือนกัน เป็นคำที่ฟังดูน่ารัก, ไม่เจาะจงเพศและยังสื่อถึงความรักความเอ็นดูเวลาที่เราเรียกแฟนด้วย แต่ไม่เหมาะจะใช้เรียกกันในที่ทำงาน ลองนึกภาพประธานบริษัทแนะนำคนๆหนึ่งว่าเป็น “My lovely boo“ (ยาหยีที่น่ารักของผม)ดูสิ ทุกคนคงจะรู้สึกกระอักกระอ่วนที่ได้ยินแบบนั้นในที่ทำงานอย่างแน่นอน

5. Significant Other (ซิกนิฟิเคินท์ ออเธอะ)

คำๆนี้เป็นคำที่ชัดเจน ตรงประเด็นและยังสามารถใช้ได้กับทุกเพศสภาพและทุกความสัมพันธ์ของคู่รัก คำว่า “Significant” แปลว่า “สำคัญ” การเรียกใครสักคนว่าเป็น “Significant other” หมายความว่าคนๆนี้เป็นคนที่มีความสำคัญสำหรับคุณ เราสามารถใช้เรียกคู่แต่งงานหรือคู่รักที่ค่อนข้างจริงจังได้ นอกจากนั้นเรายังพบการใช้คำนี้ในการ์ดเชิญงานเลี้ยงหรืองานแต่งงาน โดยมีช่องให้ทำเครื่องหมายหากเราต้องการพา Significant Other (คนสำคัญ) มางานด้วยหรือไม่ เนื่องจากคำนี้ไม่ได้ระบุเพศสภาพ และสถานะการสมรส เราจึงสามารถใช้คำนี้ถามแขกคนไหน เพศไหนก็ได้ ว่าพวกเขาจะพาแฟนสาว/แฟนหนุ่ม/สามี/ภรรยามางานด้วยหรือไม่ เจ้าภาพจะได้เตรียมที่นั่งให้

6. My man/woman (มาย แมน/วูมเมิน)

การเรียกแฟนตัวเองว่า “my man” (ผู้ชายของฉัน) หรือ “my women” (ผู้หญิงของผม) เป็นการสร้างความประทับใจและทำให้รู้สึกถึงการแสดงความเป็นเจ้าของ แต่บางคนกลับเลี่ยงที่จะใช้คำนี้เช่นกันเพราะมันเป็นคำที่แสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของมากจนเกินไป เพราะฉะนั้นถามแฟนของคุณดูก่อนว่ารู้สึกโอเคกับคำว่า “my man” หรือ “my woman” หรือเปล่า ถ้าเราจะใช้เรียกพวกเขาด้วยคำเหล่านี้

7. Wifey/Hubby (ไวฟ์ฟี้/ฮับบี้)

เป็นคำสำหรับใช้เรียกแฟนแบบน่ารักๆ มีที่มาจากคำว่า wife (ภรรยา) และ husband (สามี) และแน่นอนว่าเหมาะสำหรับคู่รักที่แต่งงานกันแล้วเท่านั้น นอกจากนี้คำว่า “Wifey” and “Hubby” ยังสามารถใช้เรียกกันขำๆ ระหว่างเพื่อนสนิทหรือเพื่อนร่วมห้องที่ใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากเกินไปอีกด้วย

8. Lover (ลัฟเวอะ)

คำว่า “lover” หรือ คนรักในภาษาอังกฤษนั้น ใช้เรียกใครก็ตามที่คุณมีความสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาวด้วย อย่างไรก็ตามใรภาษาอังกฤษมักไม่ใช้คำนี้เรียกคู่รักที่คบกันอย่างเปิดเผย หรือคบกันอย่างเป็นทางการหรือเป็นที่ยอมรับ ถ้าพวกคุณตกลงที่จะเป็นแฟนกันแล้วเราจะเรียกคู่ของตัวเองด้วยคำอื่น ไม่ว่าจะเป็น boyfriend/girlfriend หรือ partner ก็ได้ คำว่า “Lover” เปรียบเสมือนคำว่า “กิ๊ก” ในภาษาไทย เราสามารถมีความสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาวหรือเป็นกิ๊กกับ Lover ได้ แต่เราจะไม่เป็นกิ๊กกับแฟนหรือสามีภรรยาของตัวเองอย่างแน่นอน

9. My guy/girl (มาย กาย/เกิร์ล)

เช่นเดียวกับคำว่า “My man/woman” ที่พูดถึงก่อนหน้านี้ คำว่า “My guy” (พ่อหนุ่มของฉัน) และ “My girl” (หญิงสาวของผม) เป็นคำที่แสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจนแต่ยังเติมความรู้สึกน่ารักๆลงไปด้วย ใช้สำหรับเรียกอีกฝ่ายที่เป็นคนสำคัญของคุณ และใช้ได้กับทุกวัย

10. My old man/woman (มาย โอลด์ แมน/วูมเมิน)

บ่อยครั้งที่เรามักจะคิดว่าการเรียกใครว่า “แก่” เป็นการดูถูกหรือประชดแดกดัน แต่คำว่า “My old man” หรือ “My old woman” หรือแม้แต่ “My old lady” ล้วนแต่เป็นคำเรียกแฟนหรือสามีภรรยาที่หวานซึ้งที่สุดคำหนึ่ง โดยเฉพาะกับคู่แต่งกันที่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันมาเป็นเวลานาน

การเรียนภาษาอังกฤษสำหรับการสื่อสารในชีวิตประจำวันจะต่างกับการเรียนภาษาอังกฤษเพื่อเพิ่มเกรด เพราะเป็นการเรียนรู้วิธีใช้ภาษาอังกฤษให้เหมือนชาวต่างชาติเจ้าของภาษา ช่วยให้คุณพูดภาษาอังกฤษได้อย่างเป็นธรรมชาติ หากคุณต้องการเรียนพูดภาษาอังกฤษให้เก่ง คุณควรเรียนภาษาอังกฤษกับครูต่างชาติ หรือเรียนกับครูไทยที่พูดภาษาอังกฤษคล่องและมีใบรังรองการสอบวัดระดับภาษาอังกฤษที่น่าเชื่อถือ เช่น ใบสอบ TOEIC, IELTS หรือ TOEFL สำหรับผู้สอนภาษาอังกฤษให้นักเรียนที่ไม่ได้พูดภาษาอังกฤษ

อัพเดทล่าสุด: