อ่านลำดับที่ 1-100 ภาษาอังกฤษ วิธีเรียงลำดับก่อนหลัง จัดคิว จัดลำดับ

“เลขลำดับที่” ในภาษาอังกฤษคือ Ordinal Number หมายถึง เลขระบุตำแหน่งหรือลำดับของวัตถุและสิ่งต่างๆ เช่น 1st คือ ลำดับที่หนึ่ง, 2nd คือ ลำดับที่สอง, 3rd คือ ลำดับที่สาม เป็นต้น ในบทความนี้จะกล่าวถึง “เลขลำดับที่ 1-100” (Ordinal Numbers) ซึ่งต่างจากตัวเลขจำนวนนับในภาษาอังกฤษ พร้อมคำอ่านทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษว่ามีอะไรบ้าง รวมถึงตัวอย่างการใช้ Ordinal Numbers ในสถานการณ์ต่างๆอีกด้วย

ตัวเลขลำดับที่ 1-100 ภาษาอังกฤษ

ตัวเลขคำอ่านภาษาอังกฤษคำอ่านภาษาไทย
1stfirstเฟิร์สท
2ndsecondเซค เคินด์
3rdthirdเธิร์ดธ
4thfourthฟอร์ธ
5thfifthฟิฟธ์
6thsixthซิกซธ์
7thseventhเซฟเวินธ์
8theighthเอธ์
9thninthไนธ์
10thtenthเทนธ์
11theleventhอิเลฟเวินธ์
12thtwelfthทเวลธ์
13ththirteenthเธอ ทีนธ์
14thfourteenthฟอร์ ทีนธ์
15thfifteenthฟิฟ ทีนธ์
16thsixteenthซิกซ์ ทีนธ์
17thseventeenthเซ เวิน ทีนธ์
18theighteenthเอท ทีนธ์
19thnineteenthไนน์ทีนธ์
20thtwentiethทเวน ทิอิธ์
21sttwenty firstทเวนที เฟิร์สท
22ndtwenty secondทเวนที เซค เคินด์
23rdtwenty thirdทเวนที เธิร์ดธ
24thtwenty fourthทเวนที ฟอร์ธ
25thtwenty fifthทเวนที ฟิฟธ์
26thtwenty sixthทเวนที ซิกซธ์
27thtwenty seventhทเวนที เซเวินธ์
28thtwenty eighthทเวนที เอธ์
29thtwenty ninthทเวนที ไนธ์
30ththirtiethเธอที
31stthirty firstเธอที เฟิร์สท
32ndthirty secondเธอที เซคเคินด์
33rdthirty thirdเธอที เธิร์ดธ์
34ththirty fourthเธอที ฟอร์ธ
35ththirty fifthเธอที ฟิฟธ์
36ththirty sixthเธอที ซิกซธ์
37ththirty seventhเธอที เซเวินธ์
38ththirty eightเธอที เอธ์
39ththirty ninthเธอที ไนธ์
40thfortiethฟอร์ทิอิธ
41stforty firstฟอร์ทิอิธ เฟิร์สท
42ndforty secondฟอร์ที เซค เคินด์
43rdforty thirdฟอร์ที เธิร์ดธ
44thforty fourthฟอร์ที ฟอร์ธ
45thforty fifthฟอร์ที ฟิฟธ์
46thforty sixthฟอร์ที ซิกซธ์
47thforty seventhฟอร์ที เซเวินธ์
48thforty eighthฟอร์ที เอธ์
49thforty ninthฟอร์ที ไนธ์
50thfiftiethฟิฟทีอิธ
51stfifty firstฟิฟที เฟิร์สท
52ndfifty secondฟิฟที เซคเคินด์
53rdfifty thirdฟิฟที เธิร์ดธ
54thfifty fourthฟิฟที ฟอร์ธ
55thfifty fifthฟิฟที ฟิฟธ์
56thfifty sixthฟิฟที ซิกซธ์
57thfifty seventhฟิฟที เซเวินธ์
58thfifty eightฟิฟที เอธ์
59thfifty ninthฟิฟที ไนธ์
60thsixtiethซิกซ์ทีอิธ
61stsixty firstซิกซ์ที เฟิร์สท
62ndsixty secondซิกซ์ที เซคเคินด์
63rdsixty thirdซิกซ์ที เธิร์ด
64thsixty fourthซิกซ์ที ฟอร์ธ
65thsixty fifthซิกซ์ที ฟิฟธ์
66thsixty sixthซิกซ์ที ซิกซธ์
67thsixty seventhซิกซ์ที เซเวินธ์
68thsixty eighthซิกซ์ที เอธ์
69thsixty ninthซิกซ์ที ไนธ์
70thseventiethเซเวินทีอิธ
71stseventy firstเซเวินที เฟิร์สท
72ndseventy secondเซเวินที เซคเคินด์
73rdseventy thirdเซเวินที เธิร์ด
74thseventy fourthเซเวินที ฟอร์ธ
75thseventy fifthเซเวินที ฟิฟธ์
76thseventy sixthเซเวินที ซิกซธ์
77thseventy seventh เซเวินที เซเวินธ์
78thseventy eighthเซเวินที เอธ์
79thseventy ninthเซเวินที ไนธ์
80theightiethเอทีอิธ
81steighty firstเอทิ เฟิร์สท
82ndeighty secondเอที เซคเคินด์
83rdeighty thirdเอที เธิร์ด
84theighty fourthเอที ฟอร์ธ
85theighty fifthเอที ฟิฟธ์
86theighty sixthเอที ซิกซธ์
87theighty seventhเอที เซเวินธ์
88theighty eighthเอที เอธ์
89theighty ninthเอที ไนธ์
90thninetiethไนน์ทิอิธ
91stninetieth firstไนน์ที เฟิร์สท
92ndninetieth secondไนน์ที เซคเคินด์
93rdninetieth thirdไนน์ที เธิร์ด
94thninetieth fourthไนน์ที ฟอร์ธ
95thninetieth fifthไนน์ที ฟิฟธ์
96thninetieth sixthไนน์ที ซิกซธ์
97thninetieth seventhไนน์ที เซเวินธ์
98thninetieth eighthไนน์ที เอธ์
99thninetieth ninthไนน์ที ไนธ์
100thone hundredthวัน ฮันดริดธ์

สถานการณ์ที่ใช้เลขลำดับ (ordinal number)

ใช้ระบุการจัดลำดับหรือตำแหน่ง

เราจะใช้เลขลำดับสำหรับการระบุลำดับหรือตำแหน่งของสิ่งต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น การใช้เลขลำดับ (ordinal number) ในการจัดอันดับการวิ่งแข่ง สมมติว่ามีผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด 10 คน ผู้ชนะที่เข้าเส้นชัยเป็นคนแรกจะนับเป็นลำดับที่หนึ่ง หรือ The first place และผู้ที่เข้าเส้นชัยคนสุดท้ายจะเรียกว่าเป็นลำดับที่ห้า หรือ The fifth place

ใช้ระบุชั้นในอาคาร

เลขลำดับ (ordinal number) ยังถูกใช้ในการระบุชั้นของอาคารหรือสิ่งก่อสร้างอื่นๆ เช่น

  • ชั้น 1 (First floor)
  • ชั้น 2 (Second floor)
  • ชั้น 3 (Third floor)

ใช้ระบุชั้นปีของนักเรียนในโรงเรียน

เมื่อต้องการระบุชั้นเรียนหรือชั้นปีการศึกษาของนักเรียนในโรงเรียนก็ใช้เลขลำดับ (ordinal number) เช่นกัน เช่น

  • He is in the second grade. (เขาอยู่ชั้นเกรด 2)
  • She is in the third grade (เธออยู่เกรด 3)

แต่บางครั้งสำหรับการระบุชั้นปีการศึกษาอาจจะใช้เลขจำนวนนับ (cardinal number) ก็ได้ แต่ต้องเปลี่ยนตำแหน่งการวางตัวเลขเป็นหลังคำนาม เช่น

  • He is in the grade two (เขาอยู่ชั้นเกรด 2)
  • She is in grade three. (เธออยู่ชั้นเกรด 3)

ใช้นับวันที่

เราใช้เลขลำดับที่ (ordinal number) ในการระบุวันที่ด้วย ยกตัวอย่างเช่น

  • 30th November 1998 (วันที่ 30 พฤศจิกายน ค.ศ. 1998)
  • 1st April 2020 (วันที่ 1 เมษายน ค.ศ. 2020)

ด้านบนเป็นการเขียนวันที่ระบบอังกฤษ คือเป็นรูปแบบ “วันที่ + เดือน + ปี” เราสามารถเขียนวันที่ระบบอเมริกันได้ด้วยการเขียนรูปแบบ “เดือน + วันที่ + ปี”

  • November 30th 1998 (วันที่ 30 พฤศจิกายน ค.ศ. 1998)
  • April 1st 2020 (วันที่ 1 เมษายน ค.ศ. 2020)

ใช้นับศตวรรษ

ในการนับเวลาที่เป็นศตวรรษ เราก็ใช้เลขลำดับ (ordinal number) เช่น

  • 17th century (ศตวรรษที่ 17)
  • twenty-first century (ศตวรรษที่ 21)

ใช้นับวันเกิดหรือวันครบรอบ

เราจะใช้เลขลำดับ (ordinal number) ในการระบุวันครบรอบวันเกิด หรือวันครบรอบวาะระหรือโอกาสอื่นๆ ด้วย เช่น

  • His 70th birthday is tomorrow. (พรุ่งนี้เป็นวันเกิดครบรอบ 70 ปีของเขา)
  • Today is our 10th wedding anniversary. (วันนี้เป็นวันครบรอบการแต่งงานปีที่สิบของเรา)

ใช้ระบุตัวเลขหลังพระนามของพระราชาและพระราชินี

พระนามของพระราชาและพระราชินีในประเทศอังกฤษจะถูกเขียนด้วยเลขโรมัน แต่เมื่อเราพูดพระนามนั้นเราจะใช้เลขลำดับ ยกตัวอย่างเช่น

  • Queen Elizabeth II อ่านว่า Queen Elizabeth the second (ควีนอลิซาเบธ เดอะ เซคเคินด์)
  • Queen Mary I อ่านว่า Queen Mary the first (ควีนแมรี่ เดอะ เฟิร์สท์)

ตัวอย่างประโยคที่ใช้เลขลำดับ

ดังที่กล่าวไว้แล้วนั้น เลขลำดับถูกนำมาใช้ในหลายๆสถานการณ์ มีวลีหรือประโยคที่ใช้เลขลำดับมากมายที่น่าสนใจ ยกตัวอย่างเช่น

Her birthday is January 1st.
วันเกิดของเธอคือวันที่ 1 มกราคม

Christmas is celebrated on December 25th every year.
การเฉลิมฉลองวันคริสต์มาสมีขึ้นทุกวันที่ 25 ธันวาคมของทุกปี

The meeting room is on the second floor.
ห้องประชุมอยู่ชั้นสอง

My child is ready for sixth grade.
ลูกของฉันพร้อมที่จะเป็นนักเรียนเกรดหกแล้ว

In the race, he came second after David who came first.
ในการแข่งขัน เขาเข้ามาเป็นที่สองหลังจากเดวิดที่เข้าเส้นชัยเป็นคนแรก

Elizabeth I (the first) was born at Greenwich on 7th September 1533, the daughter of Henry VIII (the eight) and his second wife, Anne Boleyn.
สมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่หนึ่งพระราชสมภพ ณ เมืองกรีนิช เมื่อวันที่ 7 กันยายน ค.ศ. 1533 เป็นพระราชธิดาในพระเจ้าเฮนรี่ที่แปดและพระชายาองค์ที่สอง พระนางแอน โบลีน

We are celebrating our 10th anniversary tomorrow. 
เรากำลังฉลองวันครบรอบแต่งงานปีที่ 10 ในวันพรุ่งนี้

February is the second month of the year.
เดือนกุมภาพันธ์เป็นเดือนที่สองของปี

My sister was third in the line to buy the latest collection of Hermes.
พี่สาวของฉันเข้าคิวเป็นลำดับที่สามในการซื้อคอลเลคชันล่าสุดของแอร์เมส

First, put your right hand up. Second, put the left hand on your hips.
ขั้นแรก ยกมือขวาขึ้น ขั้นที่สอง ยกแขนซ้ายขึ้นมาท้าวเอว

The 19th century was a revolutionary period for European history.
ศตวรรษที่ 19 คือช่วงเวลาของการปฏิวัติในประวัติศาสตร์ยุโรป

The 46th President of the United States is Joe Biden.
ประธานาธิบดีคนที่ 46 ของประเทศสหรัฐอเมริกาคือ นายโจ ไบเดน

เนื่องจากการอ่านเลขในภาษาอังกฤษจะมีสองแบบ คือ เลขลำดับ (ordinal number) และเลขบอกปริมาณหรือจำนวนนับ (cardinal number) ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความสับสนในการใช้ โดยเฉพาะผู้ที่เริ่มเรียนหรือไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก การฝึกใช้ภาษาอังกฤษบ่อยๆ จึงเป็นสิ่งจำเป็นในการพัฒนาภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฝึกพูดภาษาอังกฤษ และหากคุณได้เรียนรู้กับครูภาษาอังกฤษที่มีประสบการณ์ หรือครูต่างชาติก็จะช่วยทำเราใช้ภาษาอังกฤษได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

อัพเดทล่าสุด: