เล่นกีตาร์ต้องมีอะไรบ้าง

ก่อนที่เราจะเริ่มเล่นกีตาร์จริง ๆ เราควรทราบเกี่ยวกับอุปกรณ์พื้นฐานที่เราจะต้องใช้ และควรจะมี เราไม่จำเป็นต้องซื้ออุปกรณ์ทุกอย่าง ให้เลือกซื้ออันที่จำเป็นสำหรับการเล่นกีตาร์ของเราเท่านั้น

  • กีตาร์ (Guitar) ที่เราเลือกมักจะขึ้นอยู่กับสไตล์เพลงที่เราอยากเล่น ส่วนมากแล้วผู้เล่นมือใหม่มักจะเลือกระหว่างกีตาร์โปร่งหรือกีตาร์ไฟฟ้า แต่ในขั้นต้นแนะนำให้ใช้กีตาร์โปร่งเนื่องจากง่ายต่อการหัดเล่น และมีราคาถูกกว่า นอกจากนั้นยังใช้อุปกรณ์ในการเล่นน้อยกว่าอีกด้วย
  • ปิคอัฟ (pick up) หรือที่เรามักเรียกกันติดปากว่า คอนแทค เอาไว้หนีบรูตรงกลางกีตาร์ แล้วจะมีสายไปเสียบเข้าตู้แอมป์ ช่วยให้กีตาร์โปร่งที่ไม่มีภาคไฟฟ้าต่อเล่นเข้ากับลำโพงได้ มีหลายแบบหลายราคา ตั้งแต่ไม่กี่ร้อย ไปจนถึงหลักหมื่น มีหลายสเปคมาก มียี่ห้อของไทยและของนอก ยี่ห้อที่ดังๆ เช่น Fishman, L.R. Bags ฯลฯ การติดตั้งนิยมทำ 2 แบบ คือ แบบเจาะกีต้าร์ ข้อดีคือเสียงดีควบคุมง่าย แต่ถ้าเป็นกีต้าร์ไฮเอนด์แพงๆก็จะรู้สึกเสียดายเนื้อไม้ แบบที่สองคือแบบติดภายนอก แบบนี้เสียงดีและไม่เปลืองเนื้อไม้ แต่บางรุ่นก็มีสายรุงรัง แบบที่สามคือ แบบติดซ่อนในกีต้าร์ ไม่มีสายออกมาจากกีตาร์ อันนี้น่าสน แต่ต้องเลือกรุ่นแพงๆ หน่อย
  • สายแจ๊ค (Audio Jack Cable) เอาสายแจ็คมาเสียบจากตัวกีตาร์ไฟฟ้าหรือกีตาร์โปร่งที่ติดตั้ง Pickup แล้วเอาปลายอีกหัวไปเสียบเข้าแอมป์ (เครื่องขยายเสียง + ลำโพง)
  • แอมปลิไฟเออร์ (Amplifier) สำหรับผู้ที่เล่นกีตาร์ไฟฟ้า แอมป์คือสิ่งจำเป็นอีกอย่างที่ขาดไม่ได้ แต่ผู้ที่เล่นกีตาร์โปร่งธรรมดาที่ไม่ต้องการต่อเล่นกับลำโพงก็ไม่จำเป็นต้องมี หากต้องการเล่นกีตาร์โปร่งต่อลำโพง แนะนำให้ใช้ Acoustic Amp. ก็ให้เสียงที่ค่อนข้างดี เป็นธรรมชาติ หน้าที่ของมันก็คือการแปลงและขยายสัญญาณไฟฟ้าที่มาตามสายแจ็คจากกีตาร์ให้เป็นเสียงกีตาร์ สามารถปรับแต่งเราสมบัติของเสียงได้ เช่น ระดับความดัง-เบา, ความทุ้ม-แหลม เป็นต้น นอกจากนี้แอมป์บางรุ่นยังมีเอฟเฟ็คบางตัว เช่น overdrive ติดตั้งมาด้วย แอมป์มีหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็น mono, stereo เป็นต้น นอกจากนี้ยังมี พรีแอมป์อีก แอมป์ที่มีขายนั้นมักจะบอกเป็นวัตถ์ว่าแอมป์แต่ละตัวมีกี่วัตถ์ ถ้ากำลังวัตถ์มาก กำลังขับก็สูง ราคาก็สูงตามไปด้วย แอมป์ฯ มีตั้งแต่พันกว่า ไปถึงหลักหลายหมื่น วิธีใช้ให้เอาสายแจ็คเสียบเข้าที่รู IN หรือ Input เสียบปลั๊กแอมป์ เปิดสวิตช์แล้วจากนั้นก็ปรับเสียงเอาตามชอบใจ
  • สายกีตาร์สำรอง (Guitar strings) ปกติแล้วกีต้าร์ที่ซื้อใหม่จากร้านก็มักจะมีสายกีตาร์ติดมากับตัวกีตาร์อยู่แล้ว แต่สายที่ติดมากับเครื่องมักจะไม่ค่อยทน ขาดง่าย ดังนั้นเราควรจะมีสายกีตาร์สำรองไว้พร้อมเปลี่ยนทันทีที่สายขาด หรือดีดไม่ดีแล้ว สายกีต้าร์มีหลายเบอร์ อยู่ที่สไตล์ที่เราเล่น วิธีเลือกสายกีตาร์สำหรับผู้เล่นมือใหม่ แนะนำให้เลือกเบอร์ 10 กำลังนิ่ม เสียงไม่บางเกินไป ถ้าชอบตีคอร์ดแบบเสียงดังกังวาล ทุ้มหนัก ๆ เน้นจังหวะ หรือริธึ่ม (Rhythm) ไม่ค่อยเน้นโซ่โล่ หรือเทคนิคดันสายอะไรมากมาย เบอร์ 12 จะเหมาะมาก แต่ถ้าเล่นพวกฟิงเกอร์สไตล์ หรืออคูสติก พวกที่ใช้เทคนิคในการเกลี่ยสายเยอะๆ ใช้เบอร์ 11 ดีกว่า เป็นเบอร์มาตรฐานของคอกีต้าร์โปร่งรุ่นมาตรฐานทั่วไป Set ง่าย ไม่ต้องขันน็อตคอด้านใน ยี่ห้อกีตาร์ที่แนะนำ เช่น ที่มีชื่อเสียงอย่างมากก็คือ D'addario (แดดดาริโอ), Ernie Ball และ Gibson
  • ปิ๊กกีตาร์ (Guitar pick) หรือ ปิ๊กตรัม (plectrum) คือวัสดุที่ใช้ดีดลงบนสายกีตาร์แทนนิ้วหรือเล็บของเรา เหมาะสำหรับการเล่น strum (การตีคอร์ด) หรือการเล่นโซโลของกีตาร์ไฟฟ้า เป็นต้น ปิ๊กทำมาจากวัสดุหลายประเภท เช่น ไม้ กระดูกสัตว์ งาช้าง แต่ที่เป็นที่นิยมมากที่สุดคงเป็นแบบที่ทำมาจากพลาสติก เพราะหาง่ายและราคาค่อนข้างจะถูก ยี่ห้อที่เป็นที่นิยม เช่น Jim dunlop, Fender, V - pick เป็นต้น โดยทั่วไปปิ๊กกีตาร์จะแบ่งเป็น 2 แบบใหญ่ ๆ คือ ปิคแบน (flat pick) ก็คือปิ๊กทั่ว ๆ ไปที่เราใช้ดีดกีตาร์ ขายแบ่งตามขนาด ได้แก่ แบบ บาง (thin), หนาปานกลาง (medium) และ หนา (thick) การใช้งานของแต่ละขนาดก็จะขึ้นอยู่กับความถนัดและสไตล์การเล่นกีตาร์ของแต่ละคน ปกติแล้วปิ๊กบางมักจะพริ้วกว่า ช่วยให้ดีดง่าย ส่วนปิ๊กหนามักจะเล่นดีดกีตาร์ไฟฟ้า เพราะใช้โซโลได้ดีกว่า แต่ทั้งนี้ขึ้นกับความถนัดของแต่ละคน ปิ๊กอีกแบบหนึ่งคือ ปิ๊กนิ้ว (finger pick) เป็นปิ๊กที่ใช้สวมนิ้วเพื่อใช้กับการเล่นแบบ finger picking style (การเกากีตาร์) ซึ่งจะให้เสียงที่คมชัดกว่าใช้เล็บหรือปลายนิ้ว มีอยู่ 2 แบบได้แก่ ปิ๊กสำหรับสวมนิ้วโป้ง (thumb pick) เพื่อใช้ในการเล่นสายเบส และปิ๊กสำหรับนิ้วชี้, นิ้วกลาง และนิ้วนาง เพื่อใช้ในการเล่นสามสายล่าง
  • คาโป้กีต้าร์ (Capo) เป็นอุปกรณ์กีตาร์รัดไปที่คอกีตาร์ หรืออูคูเลเล่ เปลี่ยนให้เสียงสูงขึ้น หรือทำให้เล่นได้ง่าย โดยเฉพาะกับคอร์ดทาบ (Bar chords) วิธีใช้คาโป้ เช่น สมมุติว่าเพลงหนึ่งอยู่ในคีย์ C มี คอร์ด C, Am, F, G7 แต่พอร้องเพลงออกมาแล้ว เสียงต่ำไป ร้องไม่ไหว เราก็คาโป้คาดไปที่ fret ที่ 2 เสียงกีต้าร์เวลาเล่นคอร์ด C Am F G7 สูงขึ้น 1 เสียง ได้ก็จะเป็นเสียงของคอร์ด D Bm G F7 เเทน เเต่เราจับคอร์ดเเบบเปิดปกติ (open form) เพราะเวลาคาดคาโป้ที่เฟรตที่ 2 (ช่องที่ 2) เเล้วจับคอร์ด C เเบบปกติ โน้ตทุกตัวจะถูกทดไปขึ้นไปตามเฟรตที่เราเอาคาโป้ไปคาด จะทำให้ได้คอร์ด D เเทน กล่าวได้ง่ายๆ ว่าคาโป้คือเครื่องมือในการเปลี่ยน Key นั่นเอง
  • สไลด์กีตาร์ (guitar slide) หรือบางครั้งก็เรียกว่า bottle neck วัสดุที่ใช้ทำเช่นสไลด์แบบแก้วและแบบโลหะ มีทั้งแบบเต็มนิ้วและครึ่งนิ้ว ส่วนใหญ่เราเจอการใช้แท้งแบบนี้ในเพลงพวกคันทรี บลูส์ และหลายคนมักตั้งสายกีตาร์แบบที่เรียกว่า Open Chord ตั้งสายให้เป็นคอร์ดโดยไม่ต้องกดนิ้ว เพราะเวลาสวมแท่งสไลด์กีตาร์ จะจับคอร์ดได้ง่ายขึ้น แต่บางคนที่เล่นเป็นวง แล้วเอามาโซโล่เฉยๆ ส่วนมากก็เล่นเฉพาะโซโล่โดยการตั้งสายแบบธรรมดา
  • จูนเนอร์ (Tuner) หรือเครื่องตั้งสายกีตาร์ อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการปรับแต่งเสียงของเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสายโดยเฉพาะครับ ช่วยให้เครื่องดนตรีมีเสียงที่ตรงกับระดับเสียงของคีย์ เพื่อให้แน่ใจว่าเสียงที่เกิดจากตัวโน้ตต่าง ๆ นั้น สอดรับซึ่งกันและกัน เครื่องตั้งสายถือเป็นอุปกรณ์ที่มีความแม่นยำสูง สามารถช่วยทำให้เครื่องดนตรีที่ใช้สายทุกชิ้น มีเสียงอยู่ในคีย์เดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น อูคูเลเล่, กีต้าร์โปร่ง, กีต้าร์ไฟฟ้า, เบส, ไวโอลิน หรืออื่น ๆ

กีตาร์โปร่ง กับ กีตาร์ไฟฟ้า ต่างกันยังไง

จุดที่กีตาร์ไฟฟ้าแตกต่างจากกีตาร์โปร่งชัดเจนคือ บอดี้ หรือตัวกีตาร์ กีต้าร์ไฟฟ้าจะเป็นแบบตัน หรือที่เรียกว่า Solid body แต่กีตาร์โปร่งนั้นบอดี้จะเป็นโพรง ทำให้กีตาร์โปร่งสามารถเล่นได้โดยที่ไม่ต้องต่อแอมป์เพราะจะมีโพรงเป็นตัวขยายเสียงอยู่แล้ว ในขณะที่กีต้าร์ไฟฟ้าต้องอาศัยปิ๊กอัพกีต้าร์เป็นตัวขยายสัญญาณและใช้แอมป์กีต้าร์เพื่อทำให้เกิดเสียง กีต้าร์โปร่งมีความเรียบง่ายเหมาะกับการนำไปเล่นเพลงแนวโฟล์คซอง คลาสสิค ฟิงเกอร์สไตล์ บลูส์ ส่วนกีตาร์ไฟฟ้าเหมาะเล่นเพลงร็อค เมทัล ป็อป หรือแนวอื่นๆ เพราะกีตาร์ไฟฟ้าถูกพัฒนามาเพื่อใช้งานได้หลากหลายกว่าสามารถสร้างเสียงได้หนักกว่าและหลากหลายกว่าโดยผ่านอุปกรณ์เสริมอย่างเอฟเฟคและแอมป์ ซึ่งมีให้เลือกให้ใช้มากมาย สามารถเล่นได้ทุกแนว แล้วแต่คาแรคเตอร์ของเสียงปิ๊กอัพและเอฟเฟคที่เราเลือกใช้แต่จะค่อนข้างมีขั้นตอนอื่นๆมากกว่ากีต้าร์โปร่ง

กีต้าร์โปร่งกับกีต้าร์คลาสสิคต่างกันยังไง

กีต้าร์คลาคสิค สาย 1-3 จะเป็นสายไนลอน หรือเส้นเอ็น ส่วนสาย 4-6 จะเป็นสายลวด ทำให้เสียงที่ได้จะมีความทุ้มและนุ่มนวล ให้เสียงในโทนพริ้วไหว และคอกว้างกว่า ในขณะที่กีต้าร์โปร่ง (กีตาร์โฟลค์) มีสายเหล็ก (Steel Strings) หรือสายลวดทั้งหมด 6 สาย ทำให้เสียงมีความสดใส กังวาล และคอแคบกว่า

ผู้ที่สนใจเล่นกีต้าร์คลาสสิคควรจะหาที่เรียน หรือครูสอนเล่นกีตาร์คลาสสิค เพราะมันเอามาตีคอร์ดแบบกีต้าร์โปร่งไม่ดี ฟังไม่เพราะ ในขณะที่กีตาร์โฟลค์เน้นการตีคอร์ด (Strum Chord) เหมาะกับการประกอบการร้องเพลงเป็นหลัก กีตาร์คลาสสิคเล่นได้เฉพาะสไตล์แนวเพลงของมันเท่านั้น เหมาะกับการเล่นแบบ FingerStyle ไล่โน้ต หรือเล่นเมโลดี้เพลงแนวคลาสสิค ซึ่งต้องอาศัยการอ่านโน้ต และมีความรู้ทฤษฎีดนตรีพื้นฐานในระดับหนึ่ง เรียนรู้เองยากพอตัว

และถ้าจะซื้อมาเล่น แนะนำว่าห้ามซื้อมือสองเด็ดขาด เพราะกีต้าร์พวกนี้เก็บไว้นานๆคอมันจะโก่ง ทำให้แอ็คชั่นสูง เวลากดจะเจ็บนิ้ว

กีตาร์คลาสสิคสามารถใส่สายเหล็กแบบกีตาร์โปร่งได้ไหม

การเอาสายเหล็กทั้งหมดมาใส่ในกีตาร์คลาสสิคอาจทำให้คอกีตาร์เสียได้ เพราะกีตาร์คลาสสิคจะรับแรงดึงของสายเหล็กทั้งหมดไม่ได้ นอกจากนี้เสียงของกีตาร์คลาสสิคจะไม่พริ้ว และนุ่มนวลอย่างที่ควรจะเป็น

กีตาร์โปร่งสามารถใส่สายกีต้าร์ไฟฟ้าได้ไหม

ใส่ได้ แต่ถ้าเราเอามาตีคอร์ดอาจจะให้เสียงที่ไม่ดีเท่าไร เพราะสายไฟฟ้าจะมีความนิ่มมากกว่าสายกีต้าร์โปร่งและไม่ได้ถูกออกมาแบบมาเพื่อกีต้าร์โปร่ง ถ้าจะให้ดีควรเลือกใส่สายให้ตรงกับชนิดของกีต้าร์ดีกว่า

มือใหม่หัดเล่นกีตาร์ควรเล่นกีตาร์แบบไหนก่อน

กีต้าร์ทุกแบบมีพื้นฐานการเล่นไม่ต่างกัน จับคอร์ดแบบเดียวกัน แต่กีต้าร์ไฟฟ้าอาจจะมีเทคนิคบางอย่างที่จะมากกว่ากีต้าร์โปร่ง เช่น การโซโล่ การแทปปิ้ง แต่ไม่ใช่ว่าเราจะโซโล่ในกีต้าร์โปร่งไม่ได้ กีต้าร์โปร่งเองก็สามารถโซโล่ได้ แต่กีตาร์โปร่งไฟฟ้าความดังช่วงหางเสียง (release) มันจะเบา สั้น และแตกต่างจากหัวเสียง (attack) ค่อนข้างมาก ในขณะที่กีตาร์ไฟฟ้าที่ดังยาวกว่า (sustain) และระดับเสียงเกือบเท่ากันตลอด ส่วนกีตาร์คลาสสิคก็เล่นแบบเดียวกัน แต่แนวเพลงที่เล่นอาจจะยากกว่าสำหรับมือใหม่หัดเล่นกีตาร์ แนะนำให้ฝึกจากกีต้าร์โปร่งก่อนน่าจะดีกว่า แม้จะเป็นสายเหล็กทั้งหมด ทำให้แข็งกว่า เจ็บนิ้วมากกว่า แต่ผู้เล่นจะได้ฝึกกำลังนิ้ว และกีตาร์โปร่งคอเล็ก ทำให้จับง่ายสำหรับคนมือเล็ก แล้วราคากีต้าร์โปร่งก็ไม่แพง ไม่ต้องซื้ออุปกรณ์เสริมอื่นๆให้สิ้นเปลือง

มือใหม่เริ่มเล่นกีตาร์ซื้อกีตาร์แบบไหนดี

หากเรามั่นใจแล้วว่าเราชอบเล่นกีตาร์แน่นอน และรู้เสียงของแบบกีตาร์ที่ชอบแล้วแน่ๆ เราก็อาจจะเลือกซื้อกีตาร์แบบที่เราชอบเลย เพราะหากได้เล่นกีตาร์ที่เราชอบจริงๆ จะทำให้เราสนุกในการหัดเล่นกีตาร์มากขึ้น

กีตาร์โปร่งที่นิยม เช่น Yamaha f310, greg bennett gd1000, Clevan D25S และ Saga ss-1 ทัชชิ่งเหมาะมากสำหรับผู้หญิงหัดเล่น

กีตาร์ไฟฟ้าที่นิยม เช่น YAMAHA ERG121U, Gusta GST-01, Ibanez GRG121DX

กีตาร์คลาสสิค เช่น Yamaha CS-40, Veelah VEE 101-C, Martinez MCG-20S