วิธีเลือกนักเรียนเรียนพิเศษ

ครูสอนพิเศษหลายท่านอาจรู้สึกตื่นเต้นเมื่อได้รับการติดต่อจากนักเรียนใหม่ๆ แสดงความประสงค์ว่าพวกเขาสนใจเรียนพิเศษกับคุณ ครูสอนพิเศษที่มีประสบการณ์สอนพิเศษมามากแล้วอาจจะรู้ได้ทันทีว่าคุณควรจะทำอย่างไรเป็นขั้นตอนต่อไป ไม่ว่าคุณสมควรรับงานนี้หรือไม่ หรือควรจะเตรียมการสอนอย่างไร

อย่างไรก็ตาม สำหรับหลายๆท่านที่เพิ่งเริ่มหางานสอนพิเศษ คุณอาจจะรู้สึกประหม่าหรือไม่แน่ใจได้ว่าอะไรคือขั้นตอนต่อไป และนั่นคือสิ่งที่เราจะมาแนะนำวันนี้ค่ะ

ข้อควรจำ

สิ่งที่ควรจำไว้เสมอเมื่อคุณได้รับการติดต่อจากนักเรียน มีดังนี้

  • คิดไว้ก่อนว่านักเรียนคนนี้อาจจะไม่มีพื้นฐาน หรือเพิ่งเริ่มเรียนวิชาที่คุณสอน (ยกเว้นกรณีที่เขาระบุระดับความรู้ปัจจุบันมากับข้อความที่คุณได้รับ)
  • สอบถามนักเรียนถึงพื้นฐานความรู้ปัจจุบันโดยไม่ต้องรอให้เขาบอกคุณเอง รวมทั้งสื่อที่นักเรียนอาจจะใช้ในขณะนี้ เช่น เรียนจากหนังสือเล่มใด ฝึกตีกอล์ฟบ่อยแค่ไหน หรือปัจจุบันออกกำลังกายด้วยวิธีใด เป็นต้น
  • อย่าคาดหวังว่านักเรียนทุกคนจะอ่านโปรไฟล์ของคุณทั้งหมดหรือเข้าใจสิ่งที่คุณเขียนในโปรไฟล์อย่างดี เพราะนักเรียนอาจจะไม่ได้อ่านข้อความทั้งหมดบนโปรไฟล์ของคุณ หรืออาจจะไม่เข้าใจในสิ่งที่คุณเขียน

ฉันควรทำอย่างไรเมื่อได้รับการติดต่อจากนักเรียน?

ขั้นตอนที่ 1

ตอบกลับข้อความของลูกค้าทันทีผ่านทางช่องทางการติดต่อที่นักเรียนให้ไว้

ขั้นตอนที่ 2

ตัวอย่างถามคำถามที่สำคัญ เช่น

  • เป้าหมายในการเรียนของนักเรียนคืออะไร? (เช่น เพื่อสอบ, สมัครงาน, แข่งขัน, ลดน้ำหนัก, เพิ่มกล้ามเนื้อ เป็นต้น)
  • ความรู้พื้นฐาน หรือทักษะที่นักเรียนมีอยู่ตอนนี้เป็นอย่างไร? (เช่น ความรู้พื้นฐานน้อย สอบได้คะแนน 4 จาก 10 คะแนน, ร่างกายมีไขมันประมาณ 20% แต่ต้องการลดไขมันให้เหลือ 15% อย่างน้อย เป็นต้น)
  • นักเรียนมีความต้องการส่วนตัวอะไรบ้าง? (เช่น ชอบเรียนไวยากรณ์มากกว่าการออกเสียง, ชอบเรียนไปพร้อมๆกับครูมากกว่าทำการบ้าน, ชอบออกกำลังกายด้วย Rowing Machine ไม่ชอบวิ่ง เป็นต้น)
  • นักเรียนต้องการให้คุณครูวางแผนการสอนมาเลยตั้งแต่ต้นจนจบ หรือวางแผนการสอนทีละส่วน โดยนักเรียนเป็นผู้ตัดสินใจว่าต้องการเพิ่มหรือลดหัวข้อใดๆ?

ขั้นตอนที่ 3

ตัดสินใจว่าคุณจะรับงานหรือไม่ โดยพิจารณาจากเป้าหมายการเรียนของนักเรียน ด้านล่างนี้เป็นคำแนะนำเกี่ยวกับการรับงานโดยพิจารณาจากเป้าหมายของการเรียนของนักเรียน

กรณีที่ 1

นักเรียนตอบคำถามที่คุณถามทุกข้อ และคุณสามารถแจ้งนักเรียนได้ว่าคุณจะสามารถทำให้นักเรียนบรรลุเป้าหมายที่พวกเขาคาดหวังได้หรือไม่

  • ตกลงรับงาน หากคุณช่วยให้นักเรียนบรรลุเป้าหมายตามที่พวกเขาต้องการได้ (ระบุเงื่อนไข หรือข้อกำหนดที่คุณมีให้ชัดเจน)
  • ปฏิเสธรับงาน กรณีที่เป้าหมายที่นักเรียนต้องการ ไม่ใช่สิ่งที่คุณจะช่วยให้นักเรียนบรรลุเป้าหมายที่พวกเขาต้องการได้ ปฏิเสธงานอย่างสุภาพว่าคุณไม่เหมาะหรือไม่ถนัดกับงานนี้ นักเรียนส่วนใหญ่เข้าใจ แต่อาจมีบ้างที่ไม่เข้าใจ หรือรู้สึกไม่ดี พยายามทำความเข้าใจว่านักเรียนบางคนอาจมองหาครูสอนพิเศษนานแล้ว รวมทั้งอาจจะได้คุยกับครูหลายคน แต่ก็ยังไม่ได้ครูที่ตกลงรับงานเสียที
  • ต่อรองงาน ต่อรองงานกับนักเรียนกรณีที่คุณสามารถช่วยให้นักเรียนบรรลุเป้าหมายส่วนใหญ่ได้ โดยแจ้งให้นักเรียนเข้าใจอย่างชัดเจนถึงเป้าหมายส่วนที่คุณจะช่วยให้พวกเขาบรรลุได้ และส่วนที่คุณทำให้ไม่ได้

กรณีที่ 2

นักเรียนไม่สามารถตอบคำถามที่คุณถามได้อย่างมั่นใจ หรืออย่างชัดเจน นักเรียนอาจจะไม่เข้าใจความต้องการที่แน่นอนของตัวเอง

  • ตกลงรับงาน หากคุณแจ้งถึงเป้าหมายที่คุณสามารถช่วยให้นักเรียนบรรลุได้ และนักเรียนยอมรับการเรียนเพื่อบรรลุเป้าหมายที่คุณเสนอ
  • ปฏิเสธรับงาน หากคุณแจ้งถึงเป้าหมายที่คุณสามารถช่วยให้นักเรียนบรรลุได้ แต่นักเรียนปฏิเสธที่จะเรียนเพื่อบรรลุเป้าหมายนั้น

ขั้นตอนที่ 4

วิเคราะห์จากข้อมูลทั้งหมดที่คุณได้รับจากนักเรียน และวางแผนการสอนโดยยึดข้อมูลและข้อตกลงระหว่างคุณกับนักเรียนเป็นหลัก เราแนะนำให้คุณพูดคุยเกี่ยวกับแผนการสอนกับนักเรียน และปรับให้เหมาะสมกับความต้องการของพวกเขาก่อนทำการสอน นอกจากคุณจะได้วางแผนการสอนได้ง่ายขึ้นแล้ว ยังช่วยให้นักเรียนเห็นความใส่ใจของคุณ และเพิ่มโอกาสให้พวกเขาเพิ่มชั่วโมงการเรียนกับคุณมากขึ้นในอนาคตอีกด้วย