การเขียนบทความบน Editor ของ WordPress

WordPress ให้บริการระบบการจัดการเนื้อหาที่เรียกว่า Content Management System หรือ CMS ทำให้ผู้ใช้สามารถสร้างเว็บไซต์และโฮสต์เว็บไซต์ของตนเองบน WordPress ได้ การเขียนบล็อกหรือบทความบนบล็อกที่สร้างบน WordPress จะใช้เครื่องมือการเขียนบทความบน WordPress ที่เรียกว่า Editor บทความนี้จะช่วยให้นักเขียนรู้วิธีการใช้งาน Editor ของ WordPress ได้ดียิ่งขึ้น

Editor บน WordPress คืออะไร?

Editor คือหน้าว่างๆ ขาวๆที่นักเขียนใช้พิมพ์เนื้อหาบทความ โดย WordPress จะมีเครื่องมือต่างๆสำหรับเขียนบทความให้นักเขียนได้เลือกใช้

Block Style

เป็นสไตล์การเขียนบทความของ WordPress Editor เพื่อจัดโครงสร้างของบทความ นักเขียนจะต้องแบ่งเนื้อหาบทความของตนออกเป็นส่วนๆ เช่น บทนำ, หัวข้อ, ย่อหน้าที่หนึ่ง, ย่อหน้าที่สอง เป็นต้น เราจะเรียกส่วนที่แบ่งออกมาแต่ละส่วนว่า Block (บล็อค)

เมื่อนักเขียนแยกเนื้อหาออกเป็นบล็อคเรียบร้อยแล้ว นักเขียนต้องตัดสินใจว่าบล็อคสำหรับเนื้อหาที่แยกออกมาแต่ละส่วนนั้นจะเป็น บล็อคประเภทใด

ความสำคัญของโครงสร้างของบทความ

ความสำคัญที่คนส่วนมากคุ้นเคยเกี่ยวกับการจัดโครงสร้าง (format) ที่ดีของบทความคือช่วยให้บทความอ่านง่าย แต่สิ่งที่สำคัญอย่างมากสำหรับบทความบนอินเตอร์เน็ต ที่ทำให้เราต้องจัดการโครงสร้างบทความให้ถูกต้องเสมอคือ เพื่อให้คอมพิวเตอร์อ่านบทความของเราได้

คอมพิวเตอร์ไม่ได้อ่านเนื้อหาบทความของเราตรงๆ แต่คอมพิวเตอร์จะเข้าใจว่าบทความนั้นๆ(น่าจะ)เป็นบทความที่มีคุณภาพหรือไม่ โดยดูจากโครงสร้างของบทความ ดังนั้นต่อให้นักเขียนใช้ภาษาเขียนที่สวยงามแค่ไหนแต่จัดโครงสร้างบทความไม่เป็น คอมพิวเตอร์ก็อาจจะตีความว่าบทความของคุณไม่มีคุณภาพได้

ตัวอย่างของการจัดบทความที่ไม่ดี เช่น

นักเขียนใช้ตัวหนาและปรับขนาดตัวอักษรขนาดใหญ่ เพื่อให้ข้อความนั้นเป็นหัวข้อของบทความ

วิธีแก้ไข

นักเขียนควรเลือกใช้ Heading Block/Style เป็นหัวข้อจัดการหัวข้อของบทความ

นอกจากการจัดโครงสร้างที่ดีจะช่วยให้คอมพิวเตอร์เข้าใจบทความของเราแล้ว ยังจะช่วยให้ผู้มีปัญหาทางสายตาอ่านบทความของเราได้อีกด้วย

ประเภทของ Block บน WordPress

สำหรับการเขียนบทความ นักเขียนมักจะใช้ประเภทบล็อคสำหรับ Text (ข้อความ) และ Media (สื่อมีเดีย) ประเภทของบล็อคที่ใช้บ่อยบน WordPress มีดังนี้

Paragraph Block

หรือบล็อคสำหรับย่อหน้า เป็นบล็อคเริ่มต้นเมื่อนักเขียนกดแป้น enter บนคีย์บอร์ด เนื้อหาบนบล็อคย่อหน้าอาจเป็นแค่คำๆเดียว หรือหลายประโยคต่อๆกันก็ได้ บนบล็อคย่อหน้า นักเขียนจะสามารถทำให้ข้อความที่พิมพ์เป็นตัวหนา ตัวเอียง หรือเพิ่ม Hyperlink เป็นต้น ก็ได้ เมื่อนักเขียนวางเม้าส์บนบล็อกย่อหน้าโดยไม่ต้องกดปุ่มใดๆ เมนูสำหรับจัดการตัวหนังสือจะแสดงขึ้นมาด้านบนของบล็อคที่วางเม้าส์ไว้

Heading Block

คือบล็อคหัวข้อ มักเป็นหัวข้อสั้นๆเพื่อบอกให้ทราบว่าในบล็อคต่อไปจะเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร เมื่อนักเขียนเลือกบล็อคหัวข้อ ตัวหนังสือทั้งหมดในย่อหน้านั้นจะกลายเป็นตัวหนา นักเขียนเลือกขนาดของบล็อกหัวข้อได้หลายขนาด เช่น H1, H2, H3 เป็นต้น ในขณะนี้ H1 จะมีขนาดใหญ่ที่สุด แต่เราจะไม่ค่อยใช้ H1 เนื่องจาก H1 จะใช้กับ Title หรือ ชื่อเรื่องของบทความ ดังนั้นเราจะใช้ขนาดตั้งแต่ H2 เป็นต้นไป

ในหนึ่งบทความ สามารถมีบล็อคหัวข้อได้หลายอัน และหลายขนาด แต่นักเขียนควรใช้บล็อคหัวข้อสำหรับเขียนหัวข้อเท่านั้น และหัวข้อที่ย่อยควรวางอยู่ในหัวข้อใหญ่ และใช้ขนาดที่เล็กลงตามลำดับ เช่น หัวข้อใหญ่ H2 มีหัวข้อย่อใช้ขนาด H3 เป็นต้น

List Block

เป็นบล็อครายการ นักเขียนต้องกดเครื่องหมาย “บวก” เมื่อนักเขียนกด enter เพื่อขึ้นบล็อคใหม่ จากนั้นกดเลือก “List” เพื่อสร้างบล็อครายการ บล็อครายการจะมี 2 ประเภทหลักๆ คือ unordered list (เป็น buttet หรือ จุดสีดำ นำหน้ารายการที่ต้องการเพิ่ม) และ ordered list (มีหมายเลขกำกับรายการแต่ละอัน)

ทุกครั้งที่นักเขียนกด enter ไปยังบรรทัดต่อไป นักเขียนจะสร้างไอเทมอันใหม่สำหรับบล็อครายการ ในบรรทัดต่อไปจึงมี buttet หรือหมายเลขปรากฏขึ้นมาทันที หากนักเขียนไม่ต้องการสร้างไอเทมอันใหม่ แต่ต้องการเขียนคำบรรยายเพิ่มเติมเกี่ยวกับไอเทมนั้นในบรรทัดใหม่ เช่น เขียนคำแปลสำหรับไอเทมนั้น ให้กดปุ่ม Shift บนคีย์บอร์ดค้างไว้ จากนั้นกดปุ่ม enter หรือ return บรรทัดต่อไปก็จะไม่ปรากฏ bullet หรือหมายเลข เมื่อนักเขียนต้องการเพิ่มไอเทมต่อไป ก็เพียงกดปุ่ม enter หรือ return

Quote Block

บล็อคคำพูดใช้แสดงคำพูดของบุคคลแยกออกมาจากบทความ เพื่อให้ประโยคนั้นๆเด่นชัดมากขึ้น เพราะบล็อคคำพูดทำให้ข้อความเด่นออกมาจากบทความ บ่อยครั้งเราจะใช้บล็อคคำพูดกับประโยคอื่นๆที่เราต้องการแยกออกมาให้ผู้อ่านเห็นได้ง่ายขึ้นด้วย

ในบล็อคคำพูดจะมีช่องว่างสำหรับ citation ซึ่งเป็นช่องสำหรับใส่ชื่อผู้พูดประโยคนั้นๆ นักเขียนอาจจะเว้นว่างช่องนี้ได้ จะไม่มีผลใดๆต่อข้อความอื่นๆในบล็อก หากนักเขียนใส่ข้อความในช่อง citation ข้อความที่ใส่ในช่อง citation มักมีขนาดเล็ก เป็นเอียง และจะอยู่ใกล้กับข้อความในบล็อคคำพูดเสมอ

เมื่อนักเขียนกด enter เมื่อเขียนข้อความในบล็อคคำพูด นักเขียนจะสร้างคำพูดประโยคใหม่ในบล็อคคำพูดเดียวกัน หากนักเขียนต้องการแปลคำพูดประโยคนั้นโดยไม่สร้างประโยคใหม่ ให้กด Shift ค้างไว้ และกด enter หรือ return บนคีย์บอร์ด

Image Block

เป็นพื้นที่สำหรับใส่รูปภาพบนบทความ นักเขียนจะต้องสร้างบล็อครูปภาพก่อน จากนั้นเลือก upload รูปภาพลง server ของ WordPress และเลือก insert รูปภาพที่อัพโหลดเรียบร้อยแล้วลงในบทความ

Hyperlink

Hyperlink หรือลิ้งค์ที่จะช่วยให้ผู้อ่านกดเปิดไปที่เว็บไซต์อื่นนอกจากบทความนี้ได้ นักเขียนสามารถใส่ Hyperlink ใส่ส่วนไหนของบทความก็ได้ โดยลากแถบดำ/น้ำเงินคลุม Keyword หรือข้อความที่ต้องการใส่ Hyperlink จากนั้นกดเลือกปุ่ม link ที่แสดงในแถบเมนู หากนักเขียนใส่ Hyperlink ถูกต้อง ข้อความกดลากแถบดำ/น้ำเงินจะกลายเป็นสีน้ำเงิน เมื่อผู้อ่านกดที่ข้อความนั้น หน้าเว็บไซต์จะเปิดไปที่ Hyperlink ที่ใส่ไว้

วิธีเปลี่ยนประเภทของ Block

นักเขียนสามารถเปลี่ยนประเภทของบล็อคได้ง่ายๆ ด้วยการกดที่บล็อคที่ต้องการเปลี่ยน จากนั้นแถบเครื่องมือจะแสดงเครื่องมือต่างๆขึ้นมาด้านบนบล็อคนั้น โดยเครื่องมือแรกคือประเภทของบล็อคในปัจจุบัน ให้นักเขียนกดที่เครื่องมือแสดงประเภทของบล็อค และเลือก Transform To ประเภทของบล็อกที่ต้องการ

ด้านบนนี้เป็นบล็อคที่ใช้เขียนบทความพื้นฐานทั่วไป แต่ WordPress Editor ยังมีบล็อคอีกหลายรูปแบบที่ช่วยให้นักเขียนบรรลุจุดประสงค์การเขียนได้ นักเขียนสามารถเลือกใช้บล็อคอื่นๆได้โดยกดปุ่ม Browse All หลังจากกดเครื่องหมาย “บวก” เมื่อเริ่มสร้างบล็อคใหม่แล้วได้