แชร์บทความนี้:
ศิลปะ สำคัญอย่างไรกับชีวิตและทำไมจึงต้องให้เขาได้เรียนรู้ตั้งแต่เด็ก

จริงหรือที่บอกว่า งานศิลปะสามารถสะท้อนตัวตน และบุคลิกของคนแค่ละคนได้ จึงมักมีการส่งเด็กๆไปเรียนเพื่อสิ่งนี้กัน

ศิลปะนั้นคืออะไรก่อนนะคะ ก่อนที่เราจะอธิฐานประเด็นอื่นๆกันต่อ ศิลปะคือ ศาสตร์วิชาที่ว่าด้วยความงามอันเกิดจากความปราณีต ละเมียดละไม ภายใต้ระบบความคิดคำนึง ของความเป็นบุคคลนั้น แน่นอนว่าต้องเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น เพื่อสนองต่อความต้องการส่วนตน และส่วนรวม นี่คือคำอธิบายรวมไป พอจะเห็นภาพและยกตัวอย่างตามได้ไหมคะ เช่นว่า เราเห็นช้างวาดภาพ แล้วเกิดความสงสัยว่า งานชิ้นนั้นเป็นงานศิลปะหรือไม่ คำตอบคือไม่ใช่ เพราะว่าช้างขาดความคิดคำนึง ที่มีที่มาที่ไป แรงบันดาล หรือความเป็นเหตุเป็นผลนั้นเอง พอจะเข้าใจได้นะคะ
ประเด็นต่อมาคือ งานศิลปะสำคัญอย่างไรกับชีวิต ตรงนี้ขอยกตัวตัวอย่างบทกวีสั้นๆที่หลายๆคนอาจคุ้นหูนะคะ นั้นคือ
"ชนใดไม่มีดนตรีกาล
ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก

ชนใดไร้ช่างชำนาญศิลป์

เหมือนนารินทร์ไร้โฉมบรรโลมสง่า

ใครๆเห็นไม่เป็นที่จำเริญตา

เขาจะพาให้อับอาย"

อาจจะผิดพลาด คลาดเคลื่อนบ้างในบางคำนะคะ แต่เรากำลังสื่อว่า งานศิลปะทุกแขนง มีหน้าที่กล่อมเกลาจิตใจคนให้อ่อนโยนยิ่งขึ้น ทำให้คนมีความแตกต่างจากสัตว์ชนิดอื่นๆนั้นเอง

แล้วจริงหรือ?

ที่งานศิลปะสามารถบ่งบอกบุคลิกของคนแต่ละคนได้ โดยเฉพาะเด็กๆที่ต้องการหาตัวเอง

ตรงนี้สามารถตอบได้ว่าได้ค่ะ ได้ในที่นี้คือได้ภาพรวมนะคะ ว่าอุปนิสัยใจคอเป็นคนอย่างไร มีแนวโน้มจะโตขึ้นไปแล้วประกอบอาชีพด้านใดได้บ้าง แต่นั่นก็เป็นความสามรถของครูแต่ละคนนะคะ ว่าสะท้อนให้ได้ทราบได้มากน้อยขนาดไหน

โดยส่วนตัวเเล้วจากประการณ์ที่สอนน้องมา ก็จะให้ความสำคัญตรงจุดนี้ค่อนข้างมาก เพราะการทราบบุคลิกและอุปนิสัยของเขานั้น ทำให้เราวางรูปแบบการเรียนและวางบทบาทของตัวเองได้ ในการปรับเข้าหากัน จากนั้นเรื่องราวการเรียนการสอนก็จะสามารถแลกเปลี่ยนกันได้ว่า ผู้เรียนต้องการอะไร หรือผู้ปกครองต้องการอะไร เพื่อจะสามสรถสนองความต้องการได้ทั้งสองฝ่าย

แล้วเรื่องการนำไปต่อยอดละคะ หรือการคาดหวังว่าผลงานศิลปะที่ดีนั้นต้องวาดได้เหมือนจริง จึงจะมีโอกาสสอบเข้ามหาวิทยาลัย เพื่อไปเรียนต่อด้านนี้ได้ ตรงนี้เข้าใจถูกไหม เราก็ขออธิบายอย่างนี้นะคะว่า สิ่งสำคัญที่สุดในการเรียนอะไรก็ตามคือ " ความสุขและความสนใจ" ตรงนี้คือประเด็นหลักค่ะ หากมีฝีมือแต่ปราศจากความสนใจ หรือทำไปแล้วกดดันมากไป ไม่มีความสุขในการสร้างงาน นั้นบอกเลยว่า คุณอาจสอบติด แต่คุณอาจไม่อยากทำงานด้านนี้เมื่อเรียนจบมา ในมุมผู้ปกครองคงมองว่ามันไม่คุ้มในเรื่องการลงทุนค่าเรียนแน่นอนใข่ไหมคะ แล้วสามรถแนะนำได้อย่างไร

ตรงส่วนนี้แนะนำได้ว่า ในเขาเรียนศิลปะพื้นฐานที่เริ่มจากความสนใจและความชอบของเขาก่อน จากนั้นค่อยมาวิเคราะห์กันค่ะ ว่าเขาเหมาะจะเรียนต่อด้านใด หรือสาขาใด อย่างน้อยเขาได้ทดลองด้วยตัวเอง แม้แต่เด็กๆเล็กๆก็เช่นกัน การทดลองสร้างงานศิลปะ สิ่งที่ได้แน่นอนคือ "การแก้ปัญหา และการเผชิญหน้า" เพราะมีสิ่งที่คุณจะต้องควบคุมให้ได้สองอย่างคือ "ร่างกาย" และ "จิตใจ" ที่จะต้องใช้ในการเรียนและสร้างสรรค์ผลงานออกมา สิ่วนี้คือทักษะเบื้องต้นที่จำเป็นและสำคัญมากในการดำรงชีวิตต่อไปของเด็กๆ การสร้างงานศิลปะจึงสะท้อนส่วนนี้ได้อย่างดีเยี่ยมค่ะ

จากบทความและการขยายความ พร้อมแตกประเด็นนั้น ไม่แน่ใจว่าช่วยให้ท่านตัดสินใจในการส่งบุตรหลานเรียนด้านศิลปะหรือไม่ ท่านลองพิจารณาดูนะคะ ว่าเป็นอย่างไร หรืออยากทดลองดูผลลัพธ์เบื้องต้นก่อนก็ได้ค่ะ

"การลงทุนที่ไม่มีวันสูญเปล่าคือ การลงทุนกับการศึกษา เพราะสามารถไปต่อยอดได้อย่างไม่สิ้นสุด"

เราเขียนบทความทุกสัปดาห์ ติดตามเราเพื่อได้รับความรู้มากขึ้น:

ชอบบทความนี้ใช่ไหม? ดูโปรไฟล์ของผู้เขียน หรือพิจารณาใช้บริการของผู้เขียน


กนกนาฎ พรหมประทีป (มะแมง)
Terms of service · Privacy policy
© 2014-2020 DoneMaster