แชร์บทความนี้:

มีโอกาสได้ดู Netflix หนังเรื่องLike Stars on Earth (Taare Zameen Par) คือเรื่องราวของ อิชาน เด็กชายวัย 8 ขวบที่มีปัญหาด้านการเรียนอย่างหนัก เขาสอบตกทุกวิชาจนครูทุกคนต่างก็มองว่าเขาเป็นเด็กเกเร และกลายมาเป็นปัญหาน่าหนักใจของพ่อแม่ สิ่งเดียวที่อิชานชอบทำก็คือการวาดรูป แต่ผู้ใหญ่รอบตัวเขาต่างก็มองว่ามันเป็นความสามารถที่ไร้ประโยชน์

ในที่สุดพ่อก็ตัดสินใจย้ายอิชานไปอยู่โรงเรียนประจำเพื่อหวังจะดัดนิสัยเขา ทุกอย่างที่โรงเรียนใหม่เคร่งครัดยิ่งกว่าเก่า แม้แต่วิชาศิลปะก็เน้นไปที่การวาดรูปเหมือนมากกว่าจะสอนเด็กให้มีจินตนาการ และทั้งหมดก็ทำให้อิชานยิ่งหมดความมั่นใจในตัวเองจนตกอยู่ในสภาวะซึมเศร้า

วันหนึ่ง นิคุมป์ ครูศิลปะคนใหม่ก็ได้เข้ามาสอนที่โรงเรียนแห่งนี้ นิคุมป์เคยเป็นครูที่สอนเด็กพิเศษมาก่อน และเมื่อได้พบกับอิชาน เขาก็รู้ในทันทีว่า ที่จริงแล้ว อิชานเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์ที่คนอื่นไม่มี

ปัญหาจริงๆ ของอิชานก็คือเขาเป็นโรค ดิสเล็กเซีย ซึ่งทำให้เขาไม่สามารถอ่านเขียนและผสมคำได้ อิชานไม่ใช่เด็กโง่และไม่ใช่เด็กเกเร แต่สิ่งที่เขาต้องการก็คือวิธีการเรียนที่เหมาะกับตัวเขา หลังจากที่ได้รับความช่วยเหลือของครู ผลการเรียนของอิชานก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ และเขาก็ได้กลับมาทำงานศิลปะที่ตัวเองรักอีกครั้ง

หนังเรื่องนี้ทำให้นึกไปถึงคำพูดที่ว่า “คนทุกคนเป็นอัจฉริยะ แต่ถ้าคุณตัดสินปลาด้วย ความสามารถในการปีนต้นไม้ มันก็คงต้องใช้ชีวิตทั้งชีวิตด้วยความเชื่อว่าตัวเองโง่”

ระบบการศึกษาที่เน้นการแข่งขันแบบมาตรฐานเดียวมันก็คือการวัดคุณค่าของคนทุกคนด้วยไม้บรรทัดแบบเดียวโดยไม่สนใจความสามารถที่แตกต่างกันของเด็กแต่ละคน และนั่นก็กลับกลายเป็นการทำลายพรสวรรค์ที่แท้จริงของเด็กๆ ไปอย่างเสียดาย

‘การเปรียบเทียบ’ คือศัตรูตัวสำคัญของความสุขซึ่งไม่ได้จำกัดเฉพาะกับเรื่องของเด็กเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงผู้ใหญ่ด้วยโดยเฉพาะในยุคโซเชียลอย่างทุกวันนี้ ที่เรามักจะเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นอยู่เสมอในทุกๆ เรื่องโดยที่เราไม่รู้ตัว

บางทีเราก็ต้องหันกลับมาถามตัวเองว่า การที่เราต้องการอะไรสักอย่างนั้นมันเป็นเพราะเราต้องการมันจริงๆ หรือว่าเราแค่ต้องการมัน...เพราะเราเห็นว่าคนอื่นมีกันแน่ ?

มันคงเป็นเรื่องน่าเศร้ามากทีเดียวถ้าปลาสักตัวจะใช้ชีวิตทั้งชีวิตเพื่อหัดปีนต้นไม้ให้ได้ แทนที่จะใช้เวลาอันมีค่าในชีวิตไปกับการว่ายน้ำอย่างมีความสุข และมันก็คงเป็นเรื่องน่าเศร้ากว่านั้น ถ้าใครสักคนจะใช้ชีวิตทั้งชีวิตเพื่อพิสูจน์ตัวเองกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง แทนที่จะได้ใช้ชีวิตไปตามคุณค่าที่ตัวเองมีอย่างแท้จริง

ครูเชื่อว่า เด็กทุกคนมีความเป็นอัจริยะ หากเพียงหาตัวตนให้พบและได้รับการสนับสนุนถูกจุด ลดการเปรียบเทียบ

คลิป https://www.netflix.com/title/70087087

====================

“Everyone is a genius. But if you judge a fish by its ability to climb a tree, it will live its whole life believing that it is stupid.”

“ ทุกคนเป็นอัจฉริยะ แต่ถ้าคุณตัดสินปลาด้วยความสามารถในการปีนต้นไม้มันจะมีชีวิตตลอดชีวิตของมันโดยเชื่อว่ามันโง่”

เราเขียนบทความทุกสัปดาห์ ติดตามเราเพื่อได้รับความรู้มากขึ้น:

ชอบบทความนี้ใช่ไหม? ดูโปรไฟล์ของผู้เขียน หรือพิจารณาใช้บริการของผู้เขียน


ครูณัฐ
Terms of service · Privacy policy
© 2014-2020 DoneMaster